ไทยส่งออกสินค้าในเดือน ธ.ค. 2024 เพิ่มขึ้น 8.7% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่หก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรยังคงเติบโตดีในหลายตลาดหลัก.
ในเดือนธันวาคม 2024 มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยเติบโต 8.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ 7.1% โดยเฉพาะการส่งออกเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การส่งออกทองคำยังคงเติบโตที่ 7.2% แม้จะชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า
ภาคการส่งออกไทยมีแนวโน้มดีในหลายหมวดหมู่ ยกเว้นกลุ่มแร่และเชื้อเพลิง ซึ่งหดตัวมาก ส่วนสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมยังขยายตัวดี โดยเฉพาะยางพาราและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ซึ่งช่วยให้ภาพรวมการส่งออกเติบโตดีต่อเนื่อง
- คาดว่าการส่งออกไทยในปี 2025 จะมีแนวโน้มเติบโตที่ 2% แต่ในช่วงครึ่งหลังอาจเผชิญความกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และนโยบายการค้าจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มความซับซ้อนให้กับการค้าระหว่างประเทศ
- มูลค่าส่งออกสินค้าไทยเดือน ธ.ค. 2024 เพิ่มขึ้น 8.7% เร่งขึ้นจากเดือนก่อน และดีกว่าคาดการณ์ โดยมีการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือนติดต่อกัน
- การส่งออกไปยังตลาดหลักเห็นการขยายตัวสูงในสหรัฐฯ จีน ยุโรป และอินเดียโดยเฉพาะ
ข้อความกล่าวถึงการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในเดือนธันวาคม 2024 ที่เพิ่มขึ้นถึง 8.7% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และโตเร่งขึ้นจาก 8.2% ในเดือนก่อนหน้า โดยมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 24,765.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่งออกไปยังหลายตลาดหลักๆ เช่น สหรัฐฯ จีน ยุโรป และอินเดีย การนำเข้าก็เพิ่มขึ้น 14.9% เทียบกับเดือนก่อน โดยมูลค่าการนำเข้าทั้งปี 2024 ขยายตัว 6.3% แต่ดุลการค้าขาดดุลด้วย อย่างไรก็ตาม การส่งออกทั้งหมดในปีนี้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวชะลอลงเป็น 2.5% ในปี 2025 และปัญหาภายในของประเทศคู่ค้าสำคัญ ทั้งนี้ SCB EIC กำ
ในช่วงต้นปี 2025 การส่งออกมีแนวโน้มโตดีต่อเนื่อง แต่ครึ่งปีหลังมีปัจจัยกดดันสูง
การส่งออกไทยในช่วงต้นปี 2025 จะยังมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง จากแนวโน้มการเร่งสั่งซื้อสินค้าของประเทศคู่ค้าก่อนนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐฯ ประกอบกับปัจจัยฐานที่ไม่สูงนัก นอกจากนี้ ยังมีอานิสงส์เพิ่มเติมจากวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขาขึ้นที่ยังมีอยู่บ้างแม้ต้องระวังความเสี่ยงจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2025 จากอากาศที่หนาวมากกว่าคาด ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าส่งออกกลุ่มน้ำมันและกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันเพิ่มขึ้น เช่น พลาสติกและปิโตรเคมี อย่างไรก็ดี ในระยะถัดไปราคาน้ำมันมีแนวโน้มได้รับผลกระทบทางลบจากนโยบายเพิ่มการขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ


