แม้จะเป็นประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับคาสิโนอย่างเปิดเผย แต่ประเทศไทยกลับเป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักลงทุนระดับโลกที่จับตาแนวโน้มการเปิด “Entertainment Complex” หรือศูนย์รวมความบันเทิงที่มีคาสิโนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลัก จากการวิเคราะห์เชิงลึกโดย Maybank หนึ่งในธนาคารชั้นนำของประเทศ พบว่าหากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน จะสามารถสร้างรายได้ให้กับไทยสูงถึงกว่า 280,000 ล้านบาทต่อปี หรือมากกว่ารายได้รวมของคาสิโนในมาเก๊าและสิงคโปร์ในบางช่วงปีเสียอีก
จุดแข็งของไทยที่ต่างจากเพื่อนบ้านในอาเซียน
จุดเด่นที่ทำให้ประเทศไทยเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนคาสิโนรายใหญ่ ไม่ได้มีแค่เรื่องจำนวนประชากรหรือการเปิดเสรีด้านการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบกฎหมายที่เน้นการควบคุม และมีการเสนอให้จัดเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น มาเก๊าที่เก็บภาษีมากกว่า 30% ของรายได้จากคาสิโน แต่ร่าง Entertainment Complex Act ฉบับของไทยกลับเสนออัตราภาษีต่ำกว่ามาก ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถลงทุนและสร้างผลกำไรได้เร็วขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น การที่ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากกว่า 39 ล้านคนต่อปี (ข้อมูลก่อนโควิด) ก็ยิ่งเพิ่มศักยภาพให้ศูนย์บันเทิงเหล่านี้เป็นมากกว่าคาสิโน แต่เป็นแหล่งจับจ่าย ใช้ชีวิต และพักผ่อนของผู้คนจากทั่วโลก ส่งผลให้เงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ใช่แค่จากการพนัน แต่จากธุรกิจโดยรอบทั้งหมด ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงธุรกิจท้องถิ่น
รัฐบาลหนุนสุดตัว แต่เสียงต้านยังมี
นายกรัฐมนตรีหญิงของไทยได้ออกมาสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้อย่างชัดเจน โดยระบุว่า “Entertainment Complex ไม่ใช่เมืองคาสิโน” แต่เป็นศูนย์รวมการท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ โดยคาสิโนจะครอบคลุมพื้นที่ไม่เกิน 10% ของพื้นที่โครงการทั้งหมด ข้อเสนอนี้รวมถึงการสร้างโรงแรมระดับห้าดาว ร้านอาหาร สถานบันเทิง และพื้นที่ค้าปลีก เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและสร้างงานนับพันตำแหน่ง
แม้จะมีภาพใหญ่ที่สวยงาม แต่เสียงคัดค้านจากภาคประชาสังคมก็ยังคงมีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในประเด็นที่เกรงว่าคาสิโนจะเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสังคม ทั้งการพนันเกินตัว อาชญากรรม และการคอร์รัปชันในหน่วยงานของรัฐ ทำให้กฎหมายนี้ยังคงต้องเผชิญกับการถกเถียงที่เข้มข้น และอาจต้องรอจนถึงปี 2569 จึงจะมีผลบังคับใช้จริง
เม็ดเงินมหาศาล และโอกาสของธุรกิจดิจิทัล
หนึ่งในตัวเลขที่น่าสนใจจากการวิเคราะห์ของ Maybank คือการประเมินว่า หาก Entertainment Complex ได้รับอนุมัติจริง ประเทศไทยจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนถึงกว่า 100,000 ล้านบาทต่อโครงการ และสามารถสร้างรายได้ให้รัฐปีละไม่ต่ำกว่า 195,000 ล้านบาทจากการดำเนินการเต็มรูปแบบ นี่ยังไม่รวมรายได้จากค่าธรรมเนียมล่วงหน้ากว่า 4,900 ล้านบาท และค่าสิทธิรายปีอีกกว่า 1,000 ล้านบาท
แน่นอนว่ากระแสของคาสิโนในรูปแบบถูกกฎหมายเช่นนี้ยังส่งผลให้หลายธุรกิจในโลกดิจิทัลเริ่มขยับตัว โดยเฉพาะเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ ที่มีฐานลูกค้าเป็นคนไทยอยู่แล้ว ก็เริ่มมีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจศึกษาว่าคาสิโนออนไลน์ในไทยมีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้างตอนนี้ สามารถเข้าไปดูข้อมูลอัปเดตล่าสุดได้ที่ https://www.techopedia.com/row/thailand-online-casinos ซึ่งมีข้อมูลละเอียดตั้งแต่ผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ ไปจนถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องในบริบทไทย
สร้างสมดุลระหว่างรายได้รัฐกับความรับผิดชอบต่อสังคม
แม้การเปิด Entertainment Complex จะดูเหมือนแสงสว่างของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่รายได้จากการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นเต็มที่ แต่รัฐก็ต้องเผชิญกับโจทย์สำคัญคือ “จะควบคุมคาสิโนในประเทศให้ปลอดภัยและโปร่งใสได้อย่างไร?” เพราะโมเดลจากประเทศอื่น เช่น ฟิลิปปินส์ หรือกัมพูชา ที่อนุญาตให้คาสิโนถูกกฎหมายแล้วกลับต้องเผชิญกับปัญหาการฟอกเงินและความรุนแรงในพื้นที่เป็นบทเรียนที่ไทยต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ
ประเทศไทยจำเป็นต้องมีระบบควบคุมที่เข้มงวดและโปร่งใส เช่น การจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลอิสระ การบังคับใช้ระบบเครดิตแทนเงินสดเพื่อลดการฟอกเงิน และการใช้เทคโนโลยีติดตามพฤติกรรมผู้เล่น เพื่อป้องกันไม่ให้คาสิโนกลายเป็นแหล่งสร้างปัญหาทางสังคมมากกว่าการสร้างรายได้ให้กับประเทศ


