ในปี 2018 สหรัฐฯ ได้กำหนดภาษี 25% สำหรับการนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมตามนโยบายของทรัมป์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกเหล็กของไทยที่คาดว่าจะลดลงเนื่องจากการแข่งขันและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
มาตรการภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม
ในปี 2018 สหรัฐฯ ได้กำหนดภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กที่ 25% ตาม Section 232 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกเหล็กจากไทยอย่างมาก ทำให้มูลค่าการส่งออกลดลงต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน เหล็กเกินโควตาจากหลายประเทศไหลเข้าสู่ไทย ส่งผลให้การใช้กำลังการผลิตลดลง โดยเฉพาะฮอตรีด ซึ่งตกต่ำไปต่ำกว่า 30% ในบางช่วงเวลา
เมื่อปี 2025 โดนัลด์ ทรัมป์ กลับเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีและประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กที่ 50% ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย เนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและต้องเผชิญกับเหล็กนำเข้าจำนวนมากจากต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ไทยนำเข้าเหล็กเพิ่มขึ้นกว่า 15% ต่อปี
เพื่อที่จะดำเนินการต่อไปในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ อุตสาหกรรมเหล็กไทยควรมุ่งสู่การลดต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การใช้เทคโนโลยีเพื่อผลิต Green steel รวมถึงความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรสนับสนุนการใช้เหล็กในประเทศและลดภาระต้นทุนการผลิต เพื่อเสริมสร้างอุตสาหกรรมเหล็กไทยในระยะยาว.


