นับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 ผ่านไป อัตราการว่างงานของไทยปรับลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 0.81% ณ สิ้นปี 2025 ต่ำสุดในรอบ 11 ปี ตัวเลขนี้หากมองแค่ผิวเผินอาจสะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานไทย แต่ในความเป็นจริงเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำลงมาก และรายได้ครัวเรือนไทยเฉลี่ยลดลงในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2025 (ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สำนักงานสถิติแห่งชาติ) จึงเกิดคำถามว่า ตัวเลขการว่างงานไทยต่ำลงกำลังบอกว่า ตลาดแรงงานไทยแข็งแกร่งขึ้นจริงหรือไม่ หรือกำลังมีปัญหาเชิงโครงสร้างใดซ่อนอยู่
SCB EIC มองว่าตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญความเปราะบางเชิงโครงสร้างอย่างน้อย 3 มิติสำคัญ คือ (1) กำลังแรงงานหายไปจากระบบเศรษฐกิจ (2) ความท้าทายในการหางานของแรงงานจบใหม่ และ (3) ปัจจัยภายนอกประเทศจะยิ่งซ้ำเติมการจ้างงานและรายได้คนไทยในระยะต่อไป สัญญาณเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความท้าทายของตลาดแรงงานในระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณสะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่อาจกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้
อัตราว่างงานต่ำลง เพราะแรงงาน “หาย” ไม่ใช่เพราะ “มีงานทำ”
แม้อัตราการว่างงานไทยปรับลดลง แต่จำนวน “คนที่อยู่นอกกำลังแรงงาน” กลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 29.6 ล้านคนในปี 2020 เป็น 30.2 ล้านคนในปี 2025 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2.23% โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่เกษียณจากงาน และผู้ที่ต้องการพักผ่อนและอื่น ๆ (ประกอบด้วยกลุ่มคนที่ต้องการพักผ่อนจากการทำงาน, กลุ่มคนที่จำเป็นต้องลาออกมาดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยในบ้าน และกลุ่มคนที่ไม่หางาน/ไม่พร้อมทำงานจากปัจจัยส่วนตัว) ที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องในปี 2025 ราว 6%YOY, 6.3%YOY และ 16%YOY ตามลำดับ
ภาพที่เห็นในตลาดแรงงานเช่นนี้สะท้อนแรงกดดันจากโครงสร้างประชากรสูงวัยของไทย ข้อจำกัดภาระดูแลสมาชิกในครัวเรือน หรือปัจจัยส่วนบุคคลที่ทำให้บางคนไม่สามารถหางานได้หรือไม่พร้อมทำงาน กล่าวคือ แรงงานบางส่วนไม่ได้เปลี่ยนสถานะจาก “ผู้ว่างงาน” ไปเป็น “ผู้มีงานทำ” แต่กลับออกจาก “กำลังแรงงาน” ไปอยู่ “นอกกำลังแรงงาน” ส่งผลให้อัตราการว่างงาน (คำนวณจากผู้ว่างงานต่อกำลังแรงงาน) ต่ำลง เพราะกลุ่มคนเหล่านี้หายไปจากกำลังแรงงาน


