การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปถูกกระตุ้นด้วยมาตรการลดหย่อนภาษี ช่วยคืนทุนเร็วยิ่งขึ้น แต่อุปสรรคในการเข้าถึงเงินทุนและเทคโนโลยียังมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน.
การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปนับว่าเป็นทางเลือกที่มีศักยภาพในการคืนทุนเร็ว เนื่องจากมาตรการลดหย่อนภาษีจากภาครัฐ ตั้งแต่ 3 มีนาคม 2026 ถึง 31 ธันวาคม 2028 โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตพลังงาน ค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ต่างประเทศมีผลต่อการจูงใจให้ครัวเรือนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้รวดเร็วมากขึ้น
ผู้ที่ติดตั้งสามารถประหยัดต้นทุนได้มากถึง 5–20% จากการลดภาษี และมีโอกาสคืนทุนที่เร็วขึ้น เช่น ครัวเรือนที่มีค่าไฟฟ้า 5,000 บาทต่อเดือน ติดตั้งโซลาร์ขนาด 5 KWp อาจคืนทุนใน 4–6 ปี นอกจากนี้ อัตราค่าไฟฟ้าแบบ Progressive ยังช่วยเร่งการคืนทุนอีกด้วย
แม้การติดตั้งโซลาร์จะมีอุปสรรค อย่างเช่น การเข้าถึงเงินทุนและการเลือกผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ แต่ภาครัฐสามารถสนับสนุนผ่านการเพิ่มความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการและการเปิดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน ซึ่งจะเพิ่มแรงจูงใจให้ภาคครัวเรือนยอมรับการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น.


