กรุงเทพฯ — การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดตัววิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการประชุม World Travel Market (WTM) London 2026 บนเวที Wanderlust Headliner Stage ณ ศูนย์แสดงสินค้า ExCel กรุงลอนดอน โดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.
ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ Thailand Tourism 2030 Sustainability Vision เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงและยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
แกนหลักของแผนยุทธศาสตร์นี้คือเป้าหมายของ ททท. ในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวมูลค่าสูงและมีความหมายอันดับ 1 ของเอเชียภายในปี 2570 ผ่านแนวคิด “Value Over Volume” และ “Healing is the New Luxury” ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางจากการเน้นปริมาณนักท่องเที่ยว มาเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อหัว ขยายระยะเวลาการเข้าพัก และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูสุขภาวะและสิ่งแวดล้อม
ททท. ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อกระจายรายได้และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วประเทศ ดังนี้:
- การกระจายตลาดและพื้นที่ท่องเที่ยว: มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์และพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงใน 55 ชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมาย และ 19 เมืองน่าเที่ยวใน 5 ภูมิภาค โดยตั้งเป้าหมายอัตราส่วนการกระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวไว้ที่ 60:40 เพื่อลดความย่อยสับและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างเป็นธรรม
- การยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม: ภายใต้แผน Thailand Green Tourism Plan 2030 ททท. ผลักดันมาตรฐานความยั่งยืนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผ่านโครงการ TAT STGs STAR และมาตรฐานโรงแรมลดคาร์บอน (CF Hotels) เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวสอดคล้องกับเกณฑ์สิ่งแวดล้อมระดับสากล
- ต้นแบบการท่องเที่ยวสีเขียว: ขยายผลสำเร็จจาก Krabi Prototype (กระบี่โมเดล) ที่บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน ไปสู่พื้นที่อื่น โดยเตรียมเปิดตัว Chiang Mai Prototype เป็นลำดับถัดไป
นัยสำคัญและโอกาสต่อภาคธุรกิจไทย
การปรับยุทธศาสตร์ของ ททท. ครั้งนี้ส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบการภาคเอกชน ทั้งธุรกิจโรงแรม ที่พัก บริษัทนำเที่ยว และห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยว ต้องเร่งยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการรับรองระดับสากล การปรับตัวตามกรอบ CF Hotels หรือ TAT STGs จะกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดในการเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากตลาดระยะไกลและการสร้างพันธมิตรกับทางการค้าต่างประเทศ
นอกจากนี้ การผนึกกำลังภายใต้โครงการ Transform Together ร่วมกับ 11 กระทรวงและสมาคมท่องเที่ยว ยังเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจเวลเนส เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งจะช่วยลดการกระจุกตัวของรายได้จากเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างกรุงเทพฯ หรือภูเก็ต ไปสู่เศรษฐกิจระดับภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน


