การเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเหล็กของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย ทั้งต้นทุนสูงขึ้นและความเสี่ยงต่อการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง.
สหรัฐฯ ได้ปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเหล็กเป็น 50% ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้เหล็กจากต่างประเทศเข้ามาในไทยมากขึ้น อุตสาหกรรมเหล็กไทยจะเผชิญกับภาษีที่สูงขึ้นจากการนำเข้า แต่อาจมีผลกระทบจำกัด เพราะการส่งออกเหล็กของไทยมีสัดส่วนไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม เหล็กคุณภาพจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ รวมถึงเหล็กราคาถูกจากจีน อาจเพิ่มการแข่งขันในตลาดไทย
ในระหว่างปี 2019-2025 ผลผลิตเหล็กไทยคาดว่าจะลดลงประมาณ 2.5% ต่อปี ส่งผลให้การใช้กำลังการผลิตลดต่ำ จากอัตราเฉลี่ย 57% ในปี 2016 เหลือ 40% ในปี 2024-2025 หากไม่สามารถแข่งขันกับเหล็กนำเข้าได้ จะทำให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยต้องเผชิญวิกฤตมากขึ้น
เพื่อความอยู่รอด ผู้ประกอบการควรพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและหาตลาดใหม่ เช่น ยุโรปและตะวันออกกลาง พร้อมทั้งควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น ลดค่าไฟฟ้าและสนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ.


