หนี้ครัวเรือนในไทยยังคงเป็นปัญหาใหญ่หลัง COVID-19 ลดลงและต้องการการแก้ไขที่จริงจัง มาตรการปรับโครงสร้างหนี้มีผลจำกัด ต้องร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
เศรษฐกิจไทยยังประสบปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นหลัง COVID-19 โดยอัตราหนี้ครัวเรือนต่อ GDP พุ่งถึง 95.5% ในต้นปี 2021 แม้ว่าในไตรมาสที่ 2 ปี 2025 จะลดลงเหลือ 86.8% แต่ความเปราะบางทางการเงินของครัวเรือนยังคงส่งผลให้การใช้จ่ายลดลง กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมอย่างรุนแรง
มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ยังไม่ประสบผลสำเร็จอย่างที่หวัง เห็นได้จากหนี้เสียที่เพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.29 ล้านล้านบาทในปี 2025 นอกจากนี้ หนี้เสียมากกว่า 64% มาจากบัญชีรายย่อยที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนมีความซับซ้อน
การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องร่วมมือจากภาครัฐ รัฐบาลต้องปรับสภาพแวดล้อมทางการเงิน ในขณะที่ผู้ให้กู้ต้องปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและมีการช่วยเหลือเชิงรุกสำหรับลูกหนี้ที่ประสบปัญหาหนี้ เพื่อให้มีการปรับพฤติกรรมทางการเงินที่ดีขึ้นในระยะยาว


