# สงครามการค้าในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อตลาดเอเชียอย่างไร และสิ่งที่เทรดเดอร์ควรคาดหวังมีอะไรบ้าง

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/banking-th/232344-%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99
- Published: 2025-07-07T20:01:29+07:00
- Author: ประชาสัมพันธ์ไทย

_มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นและความขัดแย้งทางการค้าที่ดำเนินอยู่อย่าง
ต่อเนื่องนี้จะพลิกโฉมกลยุทธ์และความผันผวนของตลาดในเอเชียอย่างไร_

_บทวิเคราะห์ตลาดโดย คุณกฤษดา อยู่ในศีล นักกลยุทธ์ตลาดการเงินของ _[_Exness_](https://www.exness.com/)

ADVERTISEMENT

ภัยคุกคามจากสงครามการค้าในอดีต กลายเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ มีการออกกฎหมายภาษี
ศุลกากรสหรัฐฯ ส่งแรงกระเพื่อมไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยตลาดเอเชียถือเป็นศูนย์กลาง
ของความวุ่นวายครั้งนี้ สำหรับเทรดเดอร์และนักลงทุนแล้ว การรับมือกับความผันผวนระลอก
ใหม่นี้จำเป็นต้องใช้ 3 สิ่ง ได้แก่ การทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับผลกระทบที่
จะเกิดขึ้นทันที วิธีการเชิงยุทธ์ศาสตร์ในการลดความเสี่ยง และประเด็นสุดท้าย คือการ
เปิดรับโอกาสที่อาจเป็นไปได้แม้ในสถานการณ์ไม่แน่นอน

**สรุปรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน**

ตลาดหุ้นเอเชียตอบสนองอย่างฉับไวต่อการจัดเก็บและการปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ การ
ประกาศล่าสุด เช่น การปรับขึ้นภาษีศุลกากรสองเท่าสำหรับเหล็กและอะลูมิเนียม ส่งผลให้
ตลาดต่างๆ อย่างฮ่องกง โตเกียว ซิดนีย์ และสิงคโปร์ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ดัชนี
เซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง และดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นต่างประสบ
กับภาวะดิ่งฮวบ โดยฮั่งเส็งลดลงกว่า 13% และ Nikkei ลดลง 7.8% โดยเฉพาะในวันที่มีความ
ผันผวน ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนอธิบายสถานการณ์นี้ว่า “การนองเลือด” 

นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะจุด แต่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่จะเกิดความ
ผันผวนที่สูงขึ้นและความกังวลของนักลงทุนในวงกว้าง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 การดำเนิน
กิจกรรมในภาคโรงงานซบเซาเนื่องจากภาษีศุลกากรสหรัฐฯ และความต้องการในประเทศจีนที่ลด
ลงก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อบริษัทต่างๆ เป็นการแต้มจุดด่างพร้อยแก่ภาพลักษณ์
ของภูมิภาคที่ขึ้นชื่อว่ามีการตลาดโตอย่างรวดเร็ว

หัวใจของปัญหาคือการที่เอเชียพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักโดยเฉพาะการส่งออกไปยังสหรัฐฯ 
ศูนย์กลางการผลิตในประเทศต่างๆ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม กัมพูชา ไทย และจีน
ต่างเผชิญกับปัจจัยลบที่เป็นอุปสรรคในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ภาษีศุลกากรซึ่งมีตั้งแต่
10% ถึงสูงสุด 54% (สำหรับประเทศจีน) สำหรับสินค้าประเภทต่างๆ รวมถึงสิ่งทอและยานยนต์
ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศเหล่านี้ 

แม้ว่าจะมีการยุติสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว ซึ่งเห็นได้จากการ
ที่สหรัฐฯ ยินยอมปรับลดภาษีศุลกากรจากการนำเข้าสินค้าจากจีนจากเดิม 145% เป็น 30% และ
จีนมีการปรับลดเป็นการแลกเปลี่ยน ทำให้สถานการณ์ผ่อนคลายและนำมาซึ่งการปรับขึ้นของราคา
ในตลาดเอเชีย ชี้ให้เห็นถึงความอ่อนไหวของตลาดเอเชียต่อการพัฒนาด้านการค้า อย่างไรก็ตาม
ภาวะตึงเครียดดังกล่าวและการปรับขึ้นภาษีศุลกากรในยุคใหม่ที่เป็นไปในลักษณะ “ถาวร” 
ชี้ให้เห็นว่าภาวะผ่อนคลายดังกล่าวอาจจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจ
จีนถูกระบุว่าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความผันผวนในตลาดหุ้นเอเชีย

**เผชิญหน้าความท้าทาย กลยุทธ์สำหรับเทรดเดอร์**

ในภาวะที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้ การรอรับมืออย่างเดียวไม่เพียงพอ เทรดเดอร์
จำเป็นต้องวางกลยุทธ์ที่หลากหลาย โดยต้องมองให้ไกลกว่าแค่สินทรัพย์เดิมๆ และทำความเข้าใจ
ลักษณะเฉพาะของสินทรัพย์ทางเลือกด้วย

**การกระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนในดัชนีและกลยุทธ์ที่มีมูลค่า**

วิธีการพื้นฐานอย่างหนึ่งในการจัดการความเสี่ยงและความผันผวนสูงก็คือการกระจายความเสี่ยง
และดัชนีตลาดหุ้นก็ปูทางไว้ให้เราสามารถทำวิธีการนี้ได้สำเร็จ ดัชนีคือกลุ่มก้อนของ
หุ้นที่สามารถกระจายความเสี่ยงที่มีลักษณะเฉพาะของบริษัทต่างๆ

ดัชนีเอเชียหลักๆ ที่ควรจับตา ได้แก่

 * **NIFTY 50 (อินเดีย)**: ครอบคลุม 50 บริษัทใหญ่ที่ จาก 14 ภาคส่วนในตลาดหุ้นของ
   อินเดีย สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจอินเดีย
 * **Nikkei 225 (ญี่ปุ่น)**: ดัชนีราคาหุ้นของ 225 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว 
   โดยมีน้ำหนักมากในกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออก เนื่องจากญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากภาษีนำ
   เข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ ทำให้ต้องติดตามดัชนีตัวนี้อย่างรอบคอบ
 * **ดัชนีฮั่งเส็ง (ฮ่องกง):** ติดตามบริษัทรายใหญ่ที่สุด 50 แห่งในตลาดหุ้นฮ่องกง
   ดัชนีตัวนี้มักถูกมองว่าเป็นเครื่องวัดความเชื่อมั่นต่อจีนและภูมิภาคเอเชียในวงกว้าง
   แสดงให้เห็นถึงความอ่อนไหวต่อข่าวการค้าอย่างมีนัยสำคัญ
 * **ดัชนี Straits Times (สิงคโปร์)**: ประกอบด้วยบริษัทชั้นนำ 30 แห่งซึ่งจะเน้นบริษัท
   ด้านการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และโทรคมนาคมเป็นหลัก
 * **KOSPI (เกาหลีใต้)**: เศรษฐกิจเกาหลีใต้พึ่งพาการส่งออกเช่นเดียวกับญี่ปุ่น โดย
   เฉพาะการส่งออกรถยนต์และเทคโนโลยี ทำให้ดัชนีหลักของประเทศเปราะบางต่อภาษีศุลกากร
 * **ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (จีน)**: ติดตามหุ้น A และ B ทั้งหมดในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้
   และเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาษี
   ศุลกากรและมาตรการค้าปลีกของสหรัฐฯ

แม้ว่าดัชนีเอเชียหลักๆ เหล่านี้จะเป็นเส้นทางสายหลักในการกระจายความเสี่ยงแบบเดิมๆ
แต่ความไม่มั่นคงของเศรษฐกิจมหภาค อย่างสงครามการค้าที่จำเป็นต้องมีการจัดการความเสี่ยง
อย่างรอบคอบ ก็อาจส่งผลกระทบต่ออินดิเคเตอร์ของตลาดที่สำคัญเหล่านี้ได้เช่นกัน
ตัวอย่าง
เช่น ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวขึ้น 0.21% สู่ระดับ 3,387 จุด เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม
2568 ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สองในรอบสัปดาห์ ความเคลื่อนไหวที่ว่า
นี้เกิดขึ้นในขณะที่ความเชื่อมั่นของตลาดกลับมาเป็นบวกหลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศ
ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ครั้งแรกในรอบ 7 เดือน ซึ่งเป็นมาตรการที่ต้องการส่งเสริมการ
เติบโตของเศรษฐกิจและลดแรงกระแทกจากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับด้านการค้า เหตุการณ์
นี้จะบ่งบอกถึงความเคลื่อนไหวของราคาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ เวลาจะเป็นเครื่อง
พิสูจน์  ในสถานการณ์ที่ระบบการเงินและ[ตลาดการเงิน](http://www.exness.com)ต้องประสบ
กับความผันผวนเช่นนี้ นักลงทุนมักมองช่องทางการลงทุนที่ไม่ใช่เพียงแค่สินทรัพย์แบบเดิมๆ
การมองหาเครื่องมือทางการเงินทางเลือกที่มีมูลค่าหรือมีความเสี่ยงต่ำ ทำให้มองเห็นตัว
เลือกลงทุนแบบกระจายศูนย์ เช่น คริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างและมีศักยภาพ
ในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจทั่วโลก

**Bitcoin ลดความเสี่ยงแบบกระจายศูนย์**
ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจมหภาคไม่มีความแน่นอน
นักลงทุนมักมองหาสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์เดิมๆ Bitcoit มีลักษณะแบบกระจายศูนย์ 
จึงมักมีการชักชวนกันให้ลงทุนเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่อ่อนไหวน้อยต่อการเปลี่ยนแปลง
ของนโยบายโดยตรงของรัฐบาล เว้นแต่ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้พุ่งเป้ามาที่คริปโตเคอร์เรน
ซีโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ดังกล่าวยังมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น 

สงครามการค้าอาจนำไปสู่ความเสี่ยงหลายประการสำหรับ Bitcoin

**ความผันผวนที่เพิ่มขึ้นและหันไปซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากกว่า**: หากสงครามการค้า
เป็นชนวนให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก นักลงทุนอาจหนีจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง
กว่า รวมถึง Bitcoin ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า อาทิ เงินสดหรือพันธบัตรรัฐบาล
เป็นต้น แทนที่จะทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ราคา Bitcoin อาจร่วงไปพร้อมกับอิควิ
ตี้ อันที่จริงสงครามภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ได้ก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดคริปโตมาอยู่แล้ว
โดยราคา Bitcoin ลดลงมาก่อนที่จะดีดตัวกลับอีกครั้ง เริ่มแรกเมื่อสงครามการค้าเกิดขึ้น
เมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับอิควิตี้เป็นไปในทางลบ
แต่เมื่อความเชื่อมั่นในภาวะความเสี่ยงสูงมีมากขึ้น ความสัมพันธ์นี้ก็ดีดตัวขึ้นมา

**การกลั่นกรองทางกฎหมาย**: รัฐบาลที่เข้ามามีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางการค้าอาจทำให้
การควบคุมการไหลของเงินข้ามพรมแดนมีความรัดกุมมากขึ้น โดยมีความเป็นไปได้ที่จะพุ่งเป้า
ไปที่คริปโตเคอร์เรนซีเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรหรือเงินทุนไหลออก

**ผลกระทบต่อการขุดเหมือง**: สงครามการค้าอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานสำหรับฮาร์ดแวร์การขุด
เหรียญที่จำเป็นหยุดชะงัก เช่น GPU และชิป ASIC ซึ่งส่วนใหญ่มักผลิตในต่างประเทศ ภาษี
ศุลกากรสำหรับชิ้นส่วนเหล่านี้อาจเพิ่มต้นทุนให้นักขุดเหมือง ทำให้กำไรลดลง โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อบวกกับความผันผวนของราคา Bitcoin และความยากขในการขุดที่เพิ่มขึ้น ยก
ตัวอย่าง มีรายงานว่านโยบายด้านการค้าสหรัฐฯ ล่าสุดทำให้ “ราคาแฮช” หรือรายได้จากการ
ขุดต่อกำลังประมวลผล ลดฮวบเป็นประวัติการณ์ที่ 40 – 50 ดอลลาร์ต่อเพต้าแฮชต่อวินาที(
PH/s) เนื่องจากการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของจีน รวมถึงฮาร์ดแวร์การขุดเหรียญด้วย

ถึงแม้จะมีความเสี่ยงอย่างที่กล่าวมาข้างต้น Bitcoin กลับแสดงให้เห็นความสามารถในการ
ฟื้นตัว โดยสามารถทรงตัวหรือฟื้นตัวได้ ในขณะที่สินทรัพย์แบบเดิมๆ ยังมีสะดุดในช่วง
ภาวะชะงักจากนโยบายการค้า ความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานของ Bitcoin กับอิควิตี้และ
ทองคำมีความผันผวนขึ้นๆ ลงๆ บ่งชี้ว่า Bitcoin มีความเป็นอิสระระดับหนึ่ง
ในอดีต บิต
คอยน์แสดงปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์สงครามการค้าอย่างหลากหลาย ตัวอย่างเช่น ในช่วงระยะแรกๆ
ของความตึงเครียดด้านภาษีศุลกากรระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ราคา Bitcoin
ลดฮวบกว่า 13% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในอิควิตี้ในช่วงที่ตลาดมีความเสี่ยงสูง ล่าสุด
การผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้า เช่น การพักภาษีศุลกากรระหว่างสหรัฐฯ-จีนเมื่อเดือน
พฤษภาคม 2568 ตรงกับช่วงเดียวกับที่ Bitcoin มีการปรับขึ้นราคาเกิน 105,000 ดอลลาร์
ในขณะที่อิควิตี้ก็ปรับขึ้นด้วยเช่นกัน ชี้ให้เห็นว่าช่วงเวลาที่ Bitcoin มีการเคลื่อนไหว
พร้อมกับหุ้นแต่ยังสามารถแยกตัวออกมาตามปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคได้

สิ่งสำคัญที่ทำให้ยืนยันได้ว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยนั้น เป็นเพราะ Bitcoin
สามารถรักษาความสัมพันธ์ในระดับต่ำกับอิควิตี้ไว้ได้โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ
ที่เต็มไปด้วยนโยบายกีดกันทางการค้าและความไม่แน่นอน ในระยะสั้น ภาษีศุลกากรสหรัฐฯ 
ที่สูงขึ้นอาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และ
ความผันผวนใน Bitcoin ที่สูงขึ้น ส่วนในระยะยาว บทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ความ
เสี่ยงต่ำอาจแข็งค่าขึ้น หากนโยบายภาษีศุลกากรนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่
ยืดเยื้อยาวนาน

**น้ำมัน ตัวขับเคลื่อนทางเลือก**

ตลาดน้ำมันได้รับผลกระทบอย่างมากจากสงครามการค้าในรูปแบบที่ซับซ้อนเช่นเดียวกัน ความ
ตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯ กับจีน (ผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่
ที่สุดอันดับสองของโลก) อาจทำให้ตัวเลขการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกลดลง 
นำไปสู่ความต้องการน้ำมันที่ลดลงและราคาที่ต่ำลง

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมัน
ทั่วโลกประจำปี 2568 โดยอ้างอิงจากผลกระทบของภาษีจากสหรัฐฯ และมาตรการตอบโต้จากประเทศ
คู่ค้า โดยคาดการณ์การเติบโตช้าที่สุดในรอบห้าปี ราคาน้ำมันดิบร่วงลงก่อนหน้านี้อย่าง
มีนัยสำคัญหลังจากจีนประกาศเก็บภาษีตอบโต้ ด้วยกังวลว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนอาจ
กระตุ้นให้เกิดการร่วงลงของราคาน้ำมันทั่วโลก 

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้นขอเรียนชี้แจงว่า ขณะนี้ IEA คาดการณ์ตัวเลขความต้องการ
น้ำมันทั่วโลกประจำปีเพิ่มขึ้นเพียง 730,000 บาร์เรลต่อวันสำหรับปี 2568 ปรับลดลง 300,000
บาร์เรลต่อวันจากการประเมินก่อนหน้านี้อันเนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าที่มากขึ้น
ฟิวเจอร์สน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อต้นเดือนเมษายน
2568 ลดลง 12% นับตั้งต้นปีจนถึงปัจจุบันและอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบสี่ปี

### Related**Posts**

###  󠀁[TransPak นำความเชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์มาสู่ประเทศไทยด้วยโรงงานใหม่](https://www.thailand-business-news.com/th/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/330487-transpak-%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%a3)󠁿

###  󠀁[SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.2% ในปี 2026 และ 2.1% ในปี 2027](https://www.thailand-business-news.com/th/banking-th/328823-scb-eic-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2-2)󠁿

###  󠀁[LX Pantos Thailand เปิดสำนักงานในกรุงเทพฯ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ](https://www.thailand-business-news.com/th/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/325977-lx-pantos-thailand-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97)󠁿

###  󠀁[คลับเมดแหวกแนวบนเกาะสมุย: รีสอร์ทเอ็กซ์คลูซีฟแห่งแรกในประเทศไทย](https://www.thailand-business-news.com/th/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/325737-%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1)󠁿

หากประธานาธิบดีทรัมป์กลับมาเดินหน้าผลิตน้ำมันในประเทศตามคำมั่น กลุ่มเทรดเดอร์บาง
ส่วนอาจมองเห็นโอกาสจากซัพพลายล้นตลาด ซึ่งจะกดดันราคาน้ำมันให้ลดลงต่อไป

อย่างไรก็ตาม IEA กล่าวว่า แม้ว่าจะมีการเรียกร้องเชิญชวนด้วยสโลแกน “drill baby drill”
แต่กิจกรรมในภาคน้ำมันของสหรัฐฯ อาจลดลงอันเนื่องจากผลกระทบจากภาษีศุลกากรและราคาที่
ต่ำลง บทวิเคราะห์สำหรับตลาดน้ำมันปี 2568 มีการนำเสนอในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกัน ด้วย
มีความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายของสหรัฐฯ ที่อาจมีขึ้นรวมถึงผลกระทบจาก
ความไม่แน่นอนดังกล่าวทั้งต่ออุปสงค์และอุปทาน

**คาดว่าความวุ่นวายจะดำเนินต่อไป**

สงครามการค้าที่กำลังเกิดขึ้นเป็นสัญญาณบอกถึงช่วงเวลาของความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อสำหรับ
ตลาดหุ้นเอเชีย แม้การเจรจาอาจทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ชั่วคราว แต่ความขัดแย้งในเชิง
โครงสร้างและท่าทีที่เน้นกีดกันทางการค้าชี้ว่า ความผันผวนจะยังไม่จบลงง่ายๆ ประเทศ
เศรษฐกิจในเอเชียซึ่งมีการพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ยังคงมีความเปราะบางโดยเฉพาะต่อการ
เปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และภาษีศุลกากรเหล่านี้อาจนำไปสู่การชะลอตัวของ
เศรษฐกิจทั่วโลกเป็นวงกว้าง

เทรดเดอร์จะต้องมีความยืดหยุ่น ติดตามข้อมูลข่าวสาร และวางกลยุทธ์ให้หลากหลาย แม้การ
เลือกลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยแบบเดิมจะยังใช้ได้อยู่ แต่การพิจารณาทางเลือกใหม่ เช่น
 ฺBitcoin หรือสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมัน ก็อาจเป็นแนวทางที่ช่วยฝ่าคลื่นเศรษฐกิจยุค
สงครามการค้านี้ไปได้ หากเข้าใจความเสี่ยงและโอกาสของสินทรัพย์เหล่านี้อย่างแท้จริง
