# ข่าวธุรกิจประเทศไทย

ข่าวไทยผ่านมุมมองธุรกิจ

- Site: https://www.thailand-business-news.com/

## TransPak นำความเชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์มาสู่ประเทศไทยด้วยโรงงานใหม่

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/330487-transpak-%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%a3
- Published: 2026-09-24T21:53:58+07:00
- Author: บรรณาธิการข่าวไทย

## ขยายความสามารถในชลบุรี

TransPak เปิดโรงงานใหม่ในชลบุรีเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านบรรจุภัณฑ์ โลจิสติกส์ และการ
ประกอบ สำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โรงงานมีขนาด 2,318 ตารางเมตร และตั้งอยู่ในเขตปลอดอากรท่ารถน้ำหยง ศรีราชา

## รองรับความต้องการใหม่

การขยายตัวนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมชิปและอิเล็กทรอนิกส์
ที่กำลังเติบโต Aung Zeya ผู้จัดการประจำภูมิภาคกล่าวว่าโรงงานจะช่วยให้ลูกค้าในประเทศไทย
มุ่งเน้นที่การพัฒนาเทคโนโลยี ในขณะที่ TransPak ดูแลการขนส่ง

## สร้างโอกาสในท้องถิ่น

โรงงานจะเสริมสร้างการสนับสนุนในท้องถิ่นและคาดว่าจะสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ๆ การดำเนิน
งานของ TransPak ในประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะสร้างขีดความสามารถที่จำเป็นเพื่อรองรับตลาด
เทคโนโลยีที่สำคัญ เช่น เซิร์ฟเวอร์และเซมิคอนดักเตอร์

**Source** : [TransPak นำความเชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์มาสู่ประเทศไทย
ด้วยโรงงานใหม่

## มุมมองส่งออกไทยในปี 2026 ท่ามกลางความไม่แน่นอนระลอกใหม่

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/329988-%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2026-%e0%b8%97%e0%b9%88
- Published: 2026-09-21T21:44:09+07:00
- Author: Economic Intelligence Center Siam Commercial Bank

**ภาคการส่งออกไทยเติบโต 17% ใน 2026 แต่เผชิญความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
ภาษีสหรัฐและสงครามในตะวันออกกลาง อาจส่งผลลดการส่งออกในอนาคต.**

ตั้งแต่ต้นปี 2026 ภาคการส่งออกของไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยใน 2 เดือนแรก มูลค่า
การส่งออกเติบโตถึง 17% YOY จากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center ผู้สนับสนุน
หลักคือสหรัฐฯ ซึ่งมูลค่าการส่งออกไปที่นั่นเติบโตถึง 42% YOY อย่างไรก็ตาม ความไม่
แน่นอนที่เกิดจากการตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อการเก็บภาษีนำเข้าสินค้า
จากไทยในอนาคต

หลังจากการตัดสิน ศาลฎีกาสหรัฐฯ ส่งผลให้รัฐบาลต้องระงับการเก็บภาษีแบบ Reciprocal 
แต่ต้องใช้ Section 122 ในการเรียกเก็บภาษี 10% จากสินค้าทุกประเทศ ส่งผลให้ภาษีนำเข้า
จากไทยลดลง เรื่องนี้อาจทำให้เริ่มมีผู้นำเข้าสินค้าไทยเพิ่มขึ้น แต่ยังมีกฎหมายอื่นๆ
ที่สร้างความไม่แน่นอนสูง

สงครามในตะวันออกกลางสร้างแรงกดดันต่อการส่งออกไทย แม้ส่งออกไปภูมิภาคนี้จะต่ำ แต่ตลาด
บางกลุ่มยังได้รับผลกระทบ ส่วนภาคการผลิตอาจต้องเผชิญกับปัญหาห่วงโซ่อุปทานระยะยาว 
สำหรับปี 2026 ระบบส่งออกของไทยอาจขยายตัวเพียง 1.2% ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมาก โดย
ทั้งภาครัฐและเอกชนควรเตรียมพร้อมรับมือความไม่แน่นอนด้วยมาตรการที่เป็นรูปธรรม.

[Source link ](https://www.scbeic.com/th/detail/product/10028?rand=153441)

## SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.2% ในปี 2026 และ 2.1% ในปี 2027

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/banking-th/328823-scb-eic-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2-2
- Published: 2026-09-15T17:39:16+07:00
- Author: Thai News ข่าวไทย

SCB EIC คาดเศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.2% ในปี 2026 และ 2.1% ในปี 2027 โดยได้แรงหนุนจาก
วัฏจักรการลงทุน AI โลก ส่งผลบวกต่อการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนโดยตรงจากต่าง
ประเทศ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวมีลักษณะ K-shaped ชัดเจน เนื่องจากธุรกิจกลุ่มนี้พึ่งพา
การนำเข้าสูงและเชื่อมโยงเศรษฐกิจในประเทศจำกัด ทำให้ SMEs และครัวเรือนรายได้น้อยยัง
เปราะบาง

ในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง มาตรการกีดกัน
การค้าสหรัฐฯ และ Super El Niño ขณะที่ กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยที่ 1% ถึงสิ้นปี 2027
เพื่อประคองเศรษฐกิจ ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโตทั่วถึงต้องอาศัยการยกระดับ
มูลค่าเพิ่มในประเทศและเชื่อมโยง SMEs ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานใหม่

**SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.2% ในปี 2026 และ 2.1% ในปี 2027 โดยได้รับแรง
ขับเคลื่อนสำคัญจาก วัฏจักรการลงทุน AI ของโลก ส่งผลบวกต่อการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ในกลุ่มดิจิทัลและเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจ
ไทยจะเติบโตได้ดีขึ้น แต่การฟื้นตัวมีลักษณะ K-shaped ชัดเจนขึ้นในหลายมิติ เนื่องจาก
การลงทุนและการส่งออกที่ขยายตัวดีมีการพึ่งพาการนำเข้าสูงและเชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจ ใน
ประเทศค่อนข้างจำกัด ทำให้ผลประโยชน์ด้านรายได้และการจ้างงานกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและ
ธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก ขณะ
ที่ครัวเรือนและ SMEs จำนวนมากยังเผชิญความเปราะบางด้านรายได้ หนี้สิน และการเข้าถึง
สินเชื่อ
มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มจะได้ประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนรอบ
ใหม่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ผลบวกต่อเศรษฐกิจจะขึ้นกับความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่ม
และการสร้างงานในประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานใหม่
ขณะเดียวกันความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันการค้าของสหรัฐฯ และความเสี่ยงจาก
Super El Niño จะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจกดดันต้นทุน รายได้ และการบริโภค โดยเฉพาะ
ครัวเรือนและ SMEs ที่เปราะบางอยู่แล้ว

## เศรษฐกิจไทยปี 2026 ได้แรงส่งจากการลงทุนและส่งออกต่อเนื่อง แต่การส่งผ่านประโยชน์สู่เศรษฐกิจยังจำกัด

การส่งออกสินค้ายังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปี 2026 โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ที่ได้รับแรงหนุนจาก วัฏจักรการลงทุนด้าน AI ของโลก ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวดี
ตามการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้น
ฐานดิจิทัล อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังได้รับประโยชน์จำกัด เนื่องจากธุรกิจกลุ่มนี้
พึ่งพาการนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางในสัดส่วนที่สูง ขณะที่ความเชื่อม
โยงกับผู้ประกอบการไทยและแรงงานไทย ยังมีไม่มาก การขยายตัวของการส่งออกและการลงทุนที่
พึ่งพาการนำเข้าสูงจึงไม่ได้ส่งผ่านเป็นมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน และรายได้
ในประเทศอย่างเต็มที่
ในช่วงครึ่งหลังของปี การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลงตามราย
ได้แรงงานที่ฟื้นตัวช้า ภาระหนี้ครัวเรือนสูง และข้อจำกัด ในการเข้าถึงสินเชื่อ โดย
มาตรการภาครัฐโดยเฉพาะวงเงินส่วนที่เหลือภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทในส่วน 
2 แสนล้านบาทแรกจะช่วยประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพในช่วงที่เหลือของ
ปีนี้ ขณะที่วงเงินในส่วน 2 แสนล้านบาทหลัง ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเกี่ยวกับการเปลี่ยน
ผ่านด้านพลังงานจะทยอยเบิกจ่ายสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้นในปี 2027

## การฟื้นตัวแบบ K-shaped ชัดเจนขึ้นในหลายมิติ

SCB EIC มองว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในรอบนี้มีลักษณะ K-shaped ชัดเจนขึ้น ทั้งใน
มิติประเภทธุรกิจ ขนาดกิจการ ตลาดแรงงานและครัวเรือน โดยแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจกระจุก
ตัวในกลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการลงทุน เทคโนโลยี และตลาดต่างประเทศ ขณะที่ SMEs 
และธุรกิจที่พึ่งพาอุปสงค์ในประเทศ แรงงานส่วนใหญ่โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบ และครัวเรือน
รายได้น้อยยังฟื้นตัวช้ากว่า
       • **ประเภทธุรกิจและขนาดกิจการ** การเติบโตในปัจจุบัน
กระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีดิจิทัลที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน
ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมด้านเงินทุน เทคโนโลยี และ
บุคลากร ขณะที่ SMEs ยังเผชิญข้อจำกัดจากรายได้ที่ฟื้นตัวช้า อัตรากำไรลดลง ปัญหาสภาพ
คล่อง การเข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งสะท้อนการแข่งขันจากต่างประเทศที่รุนแรง และข้อจำกัดใน
การลงทุนและปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่       • **แรงงานและครัวเรือน** รายได้ในกลุ่มแรงงาน
ทักษะสูงและแรงงานในระบบฟื้นตัวได้ดีกว่าแรงงานนอกระบบ ขณะที่ครัวเรือนรายได้น้อยยัง
เผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ฟื้นตัวช้า ภาระหนี้สูง และมีความสามารถรองรับแรงกระแทกทาง
เศรษฐกิจจำกัด ทำให้ยังต้องพึ่งพามาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐมากกว่ากลุ่มอื่น**SCB EIC
มองว่าความแตกต่างของการฟื้นตัวนี้อาจกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย** หากแรง
ส่งจากการลงทุนและการส่งออกยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นการจ้างงาน รายได้ และกำลังซื้อใน
ประเทศได้มากขึ้น ก็อาจทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงได้อีกและเกิดความเหลื่อม
ล้ำทางเศรษฐกิจ ดังนั้น การเปลี่ยนจากการฟื้นตัวแบบ K-shaped ไปสู่การเติบโตที่ทั่ว
ถึงและยั่งยืนขึ้น (Broad-based recovery) จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กัน 3 ด้าน คือ
1) ยกระดับเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของประเทศ โดยใช้โอกาสจากกระแสเงินลงทุนต่างชาติ(
FDI) ในการเพิ่มมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ผ่านการดึงดูดกิจกรรมมูลค่าสูง การพัฒนาเทคโนโลยี
และการยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจยุคใหม่ 2) เชื่อมผลประโยชน์
สู่เศรษฐกิจวงกว้าง ผ่านการสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง FDI และบริษัทขนาดใหญ่ กับ SMEs
ไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมในห่วงโซ่อุปทานใหม่ได้มากขึ้น และ 3) ช่วยเหลือก
ลุ่มที่ยังปรับตัวไม่ทันในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยยกระดับศักยภาพของกลุ่มที่ยังแข่งขันได้
และมีกลไกรองรับที่เหมาะสมกับกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างราบรื่น

**เศรษฐกิจไทยปี 2027 มีแนวโน้มที่จะยังโตต่ำกว่าศักยภาพ แต่จะเป็นบททดสอบว่าไทยสามารถ
เปลี่ยนการลงทุนรอบใหม่ให้เป็นมูลค่าเพิ่มในประเทศได้มากขึ้นหรือไม่
SCB EIC คาดว่า
เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.1% ในปี 2027 ใกล้เคียงปีนี้ แม้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการ
ลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 
รวมถึงเม็ดเงินลงทุนภาครัฐบางส่วนด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
มากขึ้นอย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ จากข้อจำกัดของแรง
ขับเคลื่อนเดิม ทั้งการบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวช้าตามรายได้และกระบวนการ Debt Deleveraging
ของภาคครัวเรือน ความเปราะบางของ SMEs และข้อจำกัดด้าน Policy space ของภาครัฐ ขณะที่
แรงขับเคลื่อนใหม่จากการลงทุนต่างชาติยังต้องการเวลาในการทำตามเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุน
เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย เพิ่มการใช้วัตถุดิบและบริการในประเทศ และยกระดับศักยภาพแรงงาน
เพื่อเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยมากขึ้นในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยง
สำคัญจาก (1) มาตรการภาษีนำเข้าเพิ่มเติมของสหรัฐฯ โดยเฉพาะประเด็น Excess capacity
และ Transshipment (2) Super El Niño อาจกระทบต่อผลผลิตเกษตร ส่งผลต่อรายได้ภาคเกษตร
และกำลังซื้อในส่วนภูมิภาค รวมถึงสร้างแรงกดดันด้านสูงต่อราคาสินค้าหมวดอาหาร (3) ความ
ผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานโลก และ (4) ความเปราะบางของรายได้ครัวเรือน
และ SMEs ซึ่งอาจกดดันการบริโภคและธุรกิจที่พึ่งพากำลังซื้อภายในประเทศ

## นโยบายการเงินไทยมีแนวโน้มผ่อนคลายต่อเนื่อง คาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยต่ำไว้ที่ 1% ถึงสิ้นปี 2027

SCB EIC ประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% จนถึงสิ้นปี 2027
เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำกว่าระดับศักยภาพและไม่ทั่วถึง อัตราเงินเฟ้อทั่วไป
ยังมีที่มาจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก ทั้งราคาพลังงานและราคาอาหารสด โดยคาดว่าเงินเฟ้อ
จะทยอยลดลงในช่วงที่เหลือของปี 2026 เฉลี่ยทั้งปีอยู่ภายในกรอบเงินเฟ้อ
แม้อัตราดอกเบี้ย
นโยบายของไทยจะอยู่ในระดับต่ำที่สุดในกลุ่ม Emerging Markets แต่ภาวะการเงินไทยยังค่อน
ข้างตึงตัว ส่วนหนึ่งจากแรงกดดันภาวะการเงินโลกที่ตึงตัวขึ้นผ่าน Bond yields ที่สูง
ขึ้นในหลายประเทศ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยสูงขึ้นบ้าง ซึ่งกระทบต่อต้นทุน
การกู้ยืมของภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ กลุ่มลูกหนี้รายย่อยและ SMEs ยังเผชิญภาวะสิน
เชื่อตึงตัวตามความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ที่ยังอ่อนแอมองไป
ข้างหน้า มาตรการทางการเงินเฉพาะจุด ทั้งมาตรการปรับโครงสร้างหนี้และมาตรการสนับสนุน
การเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs ควบคู่กับมาตรการเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้และผลิต
ภาพ จะมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่องและสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
ของ SME ไทย

**ธุรกิจไทยยังเผชิญแรงกดดัน แต่โอกาสยังอยู่ในกลุ่มที่เชื่อมโยงกับ AI, FDI และ Megatrends

ภาคธุรกิจไทยในระยะข้างหน้าจะมีแนวโน้มเติบโตแตกต่างกันมากขึ้น โดยธุรกิจที่เชื่อมโยง
กับ AI การลงทุนจากต่างประเทศ และเมกะเทรนด์โลก มีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่าธุรกิจที่พึ่งพา
กำลังซื้อภายในประเทศเป็นหลัก กลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์ มากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรม
อิเล็กทรอนิกส์ Data center โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด สินค้าและบริการที่
เกี่ยวกับสุขภาพ ตลอดจนธุรกิจสนับสนุน (Enablers) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถ
ในการแข่งขันของธุรกิจ อาทิ บริการดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ บริการที่ช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยน
ผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ในทางกลับกัน SMEs และธุรกิจที่พึ่งพากำลังซื้อในประเทศ ยัง
เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้า ต้นทุนทางการเงินสูง การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
และมีข้อจำกัดในการลงทุนเพื่อเพิ่มผลิตภาพ

**เศรษฐกิจโลกยังเติบโตได้จากการลงทุนในเทคโนโลยี AI ท่ามกลางปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และ
ภาวะการเงินโลกตึงตัว
SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจโลกยังเติบโตต่อเนื่องที่ 2.5% และ 2.6%
ในปี 2026 และ 2027 ตามลำดับ ตั้งแต่ต้นปีมานี้เศรษฐกิจโลกยังเติบโตต่อเนื่อง แม้เผชิญ
ราคาพลังงานโลกสูงจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่วนหนึ่งจากแรงส่งการลงทุนและการ
ค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั่วโลก อย่างไร
ก็ดี ผลประโยชน์จากการลงทุนและการค้าเกี่ยวกับ AI ต่อเศรษฐกิจโลกค่อนข้างกระจุกตัวใน
บางประเทศ เช่น สหรัฐฯ ที่ใช้งาน AI ในวงกว้างขึ้น ซึ่งมีศักยภาพในการเพิ่มผลิตภาพของ
การผลิตในองค์กรที่นำ AI มาใช้ แต่เริ่มเห็นสัญญาณกระทบต่อการจ้างงานบางส่วน ด้านจีน
เร่งใช้งาน AI ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้าน
การผลิตและส่งออก แต่ในระยะสั้นอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดแรงงานที่เปราะบางอยู่ก่อนแล้ว
ขณะที่การใช้งาน AI ของประเทศกำลังพัฒนายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและตามหลังอยู่มากความ
เสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง หลังจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น การ
ขนส่งพลังงานออกจากตะวันออกกลางทำได้ไม่มาก ราคาพลังงานโลกจึงมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นกว่า
ที่เคยประเมินไว้ นอกจากนี้ สหรัฐฯ อาจใช้มาตรการทางการค้าหลายรูปแบบเพื่อปรับขึ้นอัตรา
ภาษีนำเข้าเฉลี่ยให้กลับไปใกล้ระดับเดิมที่เคยประกาศไว้ในปีก่อน โดยจะพิจารณาประเด็น
การเกินดุลการค้า กำลังการผลิตส่วนเกิน และการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งจะเพิ่ม
แรงกดดันต่อการค้าโลกต่อเนื่องภาวะการเงินโลกตึงตัวผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
ประเทศเศรษฐกิจสำคัญที่ปรับสูงขึ้นมาก ตามความต้องการระดมทุนจำนวนมาก ทั้งจากภาคเอกชน
เพื่อลงทุนใน AI และภาครัฐบาลที่ดำเนินนโยบายการคลังขาดดุลสูง ประกอบกับความกังวลของ
นักลงทุนต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อและเสถียรภาพการคลังของรัฐบาล SCB EIC มองว่า ความเสี่ยง
สำคัญในระยะต่อไปอาจไม่ใช่การกลับเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นเต็มรูปแบบรอบใหม่ แต่
เป็นภาวะ Bond Yield ทั่วโลกมีแนวโน้มสูงนาน ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางหลักมีแนว
โน้มดำเนินนโยบายการเงินแบบระมัดระวังมากขึ้น โดยอาจเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ในบางประเทศเพื่อยึดเหนี่ยวคาดการณ์เงินเฟ้อ แม้แรงกดดันเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มทยอยลดลง
ในระยะข้างหน้า

Source : [Economic outlook / SCB EIC Monthly insight / Outlook ไตรมาส 3/2026 | SCBEIC](https://www.scbeic.com/th/detail/product/outlook-q32026)

## “จากสงครามอิหร่าน สู่จานข้าวโลก” นัยต่อห่วงโซ่อาหารที่ต้องจับตา

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/327213-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b2
- Published: 2026-09-08T21:29:17+07:00
- Author: Economic Intelligence Center Siam Commercial Bank

**ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารโลกและไทย ต้นทุนการผลิต
สูงขึ้น ขณะที่การบริโภคชะลอตัว สถานการณ์สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการปรับตัวและขยายตลาด
ส่งออก.**

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารทั่วโลกและอุตสาหกรรม
อาหารของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านต้นทุนและการบริโภคที่ลดลง ต้นทุนการผลิตอาหารปรับ
ตัวสูงขึ้นเนื่องจากราคาพลังงานและวัตถุดิบที่เชื่อมโยงกับพลังงาน เช่น ปุ๋ยเคมี ซึ่ง
ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตทั้งในภาคเกษตรกรรมและการประมง

ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงในการขาดแคลนวัตถุดิบยังส่งผลให้การผลิตอาหารต้องเผชิญกับต้นทุน
การขนส่งที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสำหรับสินค้าที่ต้องส่งออกไปยังตลาดไกล นอกจากนี้ วิกฤต
พลังงานยังส่งผลต่อการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่พลาสติก ราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้นยิ่งทำให้
สถานการณ์แย่ลง

อย่างไรก็ตาม ไทยอาจได้รับผลดีจากความต้องการผลิตภัณฑ์อาหาร โดยเฉพาะอาหารที่เก็บรักษา
นาน เช่น อาหารกึ่งสำเร็จรูป นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรปรับตัวเชิงรุกเพื่อใช้โอกาส
นี้ โดยการบริหารจัดการโลจิสติกส์และต้นทุน รวมถึงนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนเพื่อสร้าง
มูลค่าเพิ่มและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม.

[Source link ](https://www.scbeic.com/th/detail/product/10080?rand=153441)

## LX Pantos Thailand เปิดสำนักงานในกรุงเทพฯ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/325977-lx-pantos-thailand-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97
- Published: 2026-09-07T22:08:24+07:00
- Author: บรรณาธิการข่าวไทย

## การเปิดสำนักงาน LX Pantos ใหม่ในประเทศไทย

LX Pantos Thailand ได้ทำการเปิดสำนักงานที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ที่เลครัชดาออฟฟิศ
คอมเพล็กซ์ในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 การปรับปรุงครั้งนี้
แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างพื้นที่ทำงานที่เปิดกว้างและสนับสนุนการทำงาน
ร่วมกัน

## ขยายพื้นที่และประสิทธิภาพการทำงาน

สำนักงานใหม่ครอบคลุมพื้นที่ 883 ตารางเมตร บนชั้น 17 และ 19 โดยการปรับปรุงนี้คาดว่า
จะส่งเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงสนับสนุนการขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อ
เนื่อง

## ความสำคัญของการพัฒนาและการตอบรับจากพนักงาน

ยุน จองยอน กรรมการผู้จัดการของ LX Pantos Thailand ชี้ให้เห็นว่าการออกแบบสำนักงาน
ใหม่มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นสำหรับพนักงาน ซึ่งได้รับการตอบรับในเชิงบวก
จากทุกคน โดยการปรับปรุงนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาธุรกิจในตลาดโลจิสติกส์ของเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้

**Source** : [LX Pantos Thailand เปิดสำนักงานในกรุงเทพฯ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่
เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ

## คลับเมดแหวกแนวบนเกาะสมุย: รีสอร์ทเอ็กซ์คลูซีฟแห่งแรกในประเทศไทย

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/325737-%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1
- Published: 2026-09-07T06:30:16+07:00
- Author: บรรณาธิการข่าวไทย

## เปิดตัว Club Med เกาะสมุย

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา การเปิดตัว Club Med เกาะสมุยได้ถูกจัดขึ้น 
ชี้ให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่าง Club Med และ Central Capital Group หนึ่งในกลุ่มธุรกิจ
ชั้นนำของประเทศไทย งานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวในภูมิภาค

## พิธีตามประเพณี

กิจกรรมในวันเปิดตัวได้มีการปลูกต้นมะพร้าวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเอกลักษณ์ของ
เกาะสมุย และการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวัง โดยเกิดขึ้นหลังจากการลงนามข้อตกลง
การจัดการโรงแรมเมื่อปีนี้

## การขยายตัวของ Club Med

Club Med เกาะสมุยจะเป็นรีสอร์ท Exclusive Collection แห่งที่สามในเอเชียตะวันออกและ
เอเชียใต้ ตามแผนการที่มุ่งขยายจำนวนรีสอร์ททั่วโลกให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 
2030 โดยมีโครงการใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นกำลังจะเกิดขึ้นในหลายประเทศ

**Source** : [คลับเมดแหวกแนวบนเกาะสมุย: รีสอร์ทเอ็กซ์คลูซีฟแห่งแรกในประเทศไทย

## เปิดตัวแพลตฟอร์มการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย (TPTP) อย่างเป็นทางการ

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/327104-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89
- Published: 2026-09-06T17:47:13+07:00
- Author: บรรณาธิการข่าวไทย

## TPTP Empowerment Summit

TPTP (Thailand Property Trading Platform) ได้เริ่มต้นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วย
การจัดงาน TPTP Empowerment Summit ที่พัทยาในวันที่ 5 กันยายน 2569 ก่อตั้งโดย Nan
Wang ร่วมกับ BigHousekeeper บริษัทผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และพัทยา

## ปัญหาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ปัญหาหลักในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คือข้อมูลที่ขาดการเชื่อมต่อ ลูกค้าบางรายไม่สามารถ
ค้นหาสินค้าที่ตรงตามต้องการ ในขณะเดียวกันตัวแทนและช่องทางขายก็เผชิญกับความท้าทาย
ในการเข้าถึงผู้ซื้อที่เหมาะสม TPTP มุ่งหวังที่จะเชื่อมโยงทุกองค์ประกอบเพื่อให้การ
ทำธุรกรรมง่ายและโปร่งใสยิ่งขึ้น

## วิสัยทัศน์ของ TPTP

แพลตฟอร์ม TPTP มีเป้าหมายในการสร้างระบบที่ช่วยจับคู่ผู้ซื้อและทรัพย์สินอย่างแม่นยำ
โดยพัฒนาความสามารถในการนำเสนอรายการที่ชัดเจน การกำหนดราคา และการสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ
จากการทำงานร่วมกับ BigHousekeeper TPTP จึงมีแผนที่จะขยายความร่วมมือเพื่อสร้างพันธมิตร
ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอนาคต

**Source** : [เปิดตัวแพลตฟอร์มการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย (TPTP) อย่างเป็น
ทางการ

## Flash / Moody’s คงอันดับเรตติงไทยที่ Baa1 และปรับมุมมองดีขึ้นเป็น “Stable” ไทยมีหวังเดินหน้านโยบายปฏิรูปให้เกิดผลจริง

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/banking-th/325812-flash-moodys-%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5
- Published: 2026-08-31T23:56:44+07:00
- Author: Economic Intelligence Center Siam Commercial Bank

**Moody’s maintains Thailand’s Baa1 credit rating, upgrading the outlook to “Stable”
due to reduced economic risks, improved investment prospects, and decreased political
volatility, emphasizing the need for economic reforms.**

Moody’s ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ Baa1 และปรับมุมมองเป็น “Stable” โดยอิง
จาก 3 ปัจจัยหลัก คือ ความเสี่ยงจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่ลดลง แนวโน้มการลงทุนในไทยที่
ดีขึ้น และความผันผวนทางการเมืองที่ลดลงหลังการเลือกตั้ง แม้เศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ แต่
ความสามารถในการชำระหนี้ของภาครัฐยังอยู่ในเกณฑ์ดี

SCB EIC ประเมินว่าความน่าเชื่อถือของไทยในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการปฏิรูปเศรษฐกิจและการ
คลัง โดยแนะนำให้ยกระดับนโยบาย 4T เป็น 4T Plus โดยเน้นเรื่องความโปร่งใสและการต่อต้าน
การทุจริต นอกจากนี้ ยังต้องมีความชัดเจนในการวางแผนการงบประมาณและเป้าหมายที่ชัดเจน

ในการมองไปข้างหน้า หากรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายปฏิรูปต่อเนื่องควบคู่ไปกับมาตรการเสริม
เศรษฐกิจ อาจมีโอกาสเห็น Fitch ปรับมุมมองไทยเป็น Stable ในครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งจะช่วย
เสริมสร้างเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาวได้ดีขึ้น

[Source link ](https://www.scbeic.com/th/detail/product/10082?rand=153441)

## เศรษฐกิจไทยเริ่มได้รับแรงกระแทกจากสงครามตะวันออกกลางอย่างชัดเจนขึ้น ขณะที่รัฐบาลส่งสัญญาณใช้นโยบายการคลังพยุงเศรษฐกิจมากขึ้น

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/324570-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a
- Published: 2026-08-24T23:33:06+07:00
- Author: Economic Intelligence Center Siam Commercial Bank

**ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและการส่งออก ขณะ
เดียวกันรัฐบาลใหม่ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบและกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนและนโยบาย
การคลัง.**

ข้อมูลล่าสุดระบุว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะ
ในภาคท่องเที่ยวที่มีจำนวนผู้เข้าชาติลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและ
ยุโรป สถานการณ์นี้ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงขึ้น ขณะที่มูลค่าการส่งออกไปยัง
ตะวันออกกลางในเดือนมีนาคมลดลงอย่างชัดเจน แต่โดยรวมยังสามารถเติบโตจากอิเล็กทรอนิกส์
และการส่งออกไปสหรัฐฯ

ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการในประเทศไทยลดลงต่อเนื่อง ซึ่งมีผลสะท้อนเกี่ยว
กับแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตที่ไม่แน่นอน โดยอัตราการว่างงานเริ่มสูงขึ้นขณะที่ธุรกิจ
ใหม่ลดลง พร้อมกันนี้ทั้งค่าครองชีพและต้นทุนการประกอบการก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น

รัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วนในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมสื่อสาร
สร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยมุ่งเน้นการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว อย่างไร
ก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2026 ยังคงมีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 
โดยคาดว่าจะขยายตัวที่ 2.5% ต่ำกว่าปีก่อน

[Source link ](https://www.scbeic.com/th/detail/product/10083?rand=153441)

## SCB EIC brief / Tokenization กับโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทย เมื่อเงินมีอยู่…แต่ไปไม่ถึง

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/banking-th/323417-scb-eic-brief-tokenization-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9
- Published: 2026-08-17T18:31:09+07:00
- Author: Economic Intelligence Center Siam Commercial Bank

**เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาคล้ายเส้นเลือดตีบ การลงทุนต่ำ ขาดการเชื่อมโยงเงินออมกับการ
ลงทุนที่มีศักยภาพ Tokenization ช่วยปรับปรุงระบบการเงินและส่งเสริมประสิทธิภาพการระดม
ทุน.**

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยถูกมองว่าเป็น “คนป่วย” ที่มีอาการอ่อนแรง โดยมีปัญหา
เรื้อรังและอนาคตที่ไม่แน่นอน ในปีที่ผ่านมา การลงทุนในประเทศอยู่ในระดับต่ำ ส่วนหนึ่ง
เกิดจากกลไกการจัดสรรเงินทุนที่ไม่สามารถเชื่อมโยงการออมไปสู่วิธีการลงทุนที่มีศักยภาพ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเข้าถึงตลาดทุนของสินทรัพย์คุณภาพและธุรกิจ SME ยังคงมีความท้าทาย เนื่องจากมีการ
เข้าถึงเงินทุนที่จำกัด และกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด แม้ว่า Tokenization จะเป็นเครื่องมือ
ที่อาจช่วยพัฒนาโครงสร้างการจัดสรรทุน แต่กลไกนี้ยังต้องเข้ากับความเชื่อมั่นของนัก
ลงทุน โดยเฉพาะในการประเมินความเสี่ยงและความชัดเจนของข้อมูล

เพื่อใช้ Tokenization ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการมองหาจุด
คอขวดในระบบจัดสรรเงินทุนที่ควรแก้ไข และดำเนินการพัฒนาสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูง เช่น
RWA ที่สอดคล้องกับกรอบการกำกับดูแลที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนได้อย่าง
เหมาะสม

[Source link ](https://www.scbeic.com/th/detail/product/10086?rand=153441)
