# การประชุมประจำปีครั้งที่ 42 ของ ESHRE: ผลการศึกษาระดับโลกชี้ การลดค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะมีบุตรยากลงครึ่งหนึ่ง อาจช่วยเพิ่มจำนวนการเกิดมากกว่าสองเท่า

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/pr-news/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97
- Published: 2026-07-07T06:01:00+07:00
- Author: PR Newswire

ผลการศึกษาระดับนานาชาติครั้งสำคัญพบว่า การลดภาระค่าใช้จ่ายที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเองลง
ครึ่งหนึ่ง มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของจำนวนการเกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์(
ART) ถึง 2.67 เท่า

ลอนดอน, 7 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — ผลการศึกษาซึ่งนำเสนอในการประชุมประจำปีครั้ง
ที่ 42 ของ European Society of Human Reproduction and Embryology (ESHRE) ได้วิเคราะห์
ข้อมูลทะเบียน ART ข้อมูลเศรษฐกิจ และข้อมูลประชากรศาสตร์จาก 22 ประเทศและภูมิภาค ระหว่าง
ปี 2564-2566 ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมด้าน ART มากกว่า 95% ของทั่วโลก เพื่อประเมินความ
แตกต่างด้านความสามารถในการจ่ายเพื่อเข้าถึงบริการในแต่ละประเทศ

เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างประเทศและภูมิภาคได้อย่างสอดคล้องกัน คณะนัก
วิจัยได้พัฒนาตัวชี้วัดด้านความสามารถในการจ่ายเพื่อเข้าถึงบริการที่เรียกว่า ‘ต้นทุน
ต่อการมีบุตรหนึ่งราย’ (cost-to-baby) ซึ่งใช้ประมาณการต้นทุนที่จำเป็นในการให้กำเนิด
ทารกมีชีพหนึ่งรายผ่าน ART

ต้นทุนรวมต่อการมีบุตรหนึ่งรายคำนวณจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อรอบการรักษา ซึ่งรวมถึงการ
ย้ายตัวอ่อน การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว ในกรณีที่มีการใช้ และค่ายา ร่วม
กับจำนวนรอบการรักษาที่จำเป็นต่อการได้ทารกมีชีพหนึ่งราย โดยถ่วงน้ำหนักตามอายุของผู้
ป่วย จากนั้นจึงคำนวณต้นทุนสุทธิที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเองต่อการมีบุตรหนึ่งราย โดยคำนึง
ถึงโครงการชดเชยค่าใช้จ่าย เงินอุดหนุน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีของแต่ละประเทศหรือภูมิภาค
ทั้งต้นทุนรวมและต้นทุนสุทธิแสดงผลเป็นสัดส่วนร้อยละของรายได้ครัวเรือนมัธยฐานหลังหัก
ภาษี

ผลการศึกษาพบว่าความสามารถในการจ่ายเพื่อเข้าถึงบริการมีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่าง
ประเทศและภูมิภาค โดยต้นทุนรวมต่อการมีบุตรหนึ่งรายแตกต่างกันมากกว่า 12 เท่า ตั้งแต่
66% ของรายได้ครัวเรือนมัธยฐานในอิสราเอล ไปจนถึง 833% ในทวีปแอฟริกา (ไม่นับรวมอียิปต์
ตูนิเซีย และแอฟริกาใต้) ขณะที่ต้นทุนสุทธิที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเองต่อการมีบุตรหนึ่งราย
อยู่ระหว่าง 13% ในอิสราเอล ถึง 825% ในทวีปแอฟริกา

ประเทศและภูมิภาคที่มีต้นทุนรวมต่อการมีบุตรหนึ่งรายต่ำกว่า 100% และต้นทุนสุทธิที่
ผู้ป่วยต้องจ่ายเองต่ำกว่า 50% ของรายได้ครัวเรือนมัธยฐาน มีการใช้ ART ในระดับสูงที่สุด
อย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ เกาหลีใต้ (11.8% ของการเกิดทั้งหมดมาจาก ART) สเปน (11.7%) และ
ญี่ปุ่น (9.3%)

ในทางกลับกัน ประเทศและภูมิภาคอย่างบราซิล อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมี
ต้นทุนการรักษาใกล้เคียงกับรายได้ครัวเรือนมัธยฐานต่อปี 2-3 เท่า กลับมีสัดส่วนการเกิด
จาก ART ลดลงเหลือเพียง 0.2%-0.4%

ผู้วิจัยหลัก ดร. Stephanie Kuku จาก Conceivable Life Sciences กล่าวว่า "สิ่งที่น่า
ทึ่งอย่างแท้จริงคือ ความแตกต่างส่วนใหญ่สามารถอธิบายได้ด้วยตัวชี้วัดด้านความสามารถ
ในการจ่ายเพื่อเข้าถึงบริการเพียงตัวเดียว แบบจำลองของเราสามารถอธิบายความแปรปรวนของ
การใช้ ART ได้ถึง 77%-84%"

เมื่อกล่าวถึงแนวทางในอนาคต ดร. Kuku ระบุว่า ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นเกณฑ์อ้างอิงที่
ชัดเจนสำหรับการขยายการเข้าถึงการรักษาภาวะมีบุตรยาก "การวิเคราะห์ของเรามุ่งเน้นที่
ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง โดยตั้งคำถามว่าครัวเรือนทั่วไปมีรายได้เท่าใด และ
ต้องใช้จ่ายจริงเท่าใดจึงจะมีบุตรผ่าน ART ได้ เกณฑ์ 50% ไม่ใช่ตัวเลขเชิงทฤษฎี แต่
เป็นข้อค้นพบที่ตั้งอยู่บนข้อมูลจริงจากประเทศที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุด"

 

---

  |  This article was produced by Cision PR Newswire, our trusted news partner. The views expressed and the content presented here are solely those of the author and may not fully reflect the opinions of Thailand Business News. |

---

 
**Read the original article :** [การประชุมประจำปีครั้งที่ 42 ของ ESHRE: ผลการศึกษาระดับโลกชี้ การลดค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะมีบุตรยากลงครึ่งหนึ่ง อาจช่วยเพิ่มจำนวนการเกิดมากกว่าสองเท่า ](http://www.prnasia.com/asia-story/archive/4994098_TH94098_10?rand=184834)
