# ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง Smart String Grid-Forming ESS Platform รุ่นใหม่ของ Huawei

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/pr-news/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5
- Published: 2026-07-15T22:53:00+07:00
- Author: PR Newswire

แพลตฟอร์ม Smart String Grid-Forming ESS Platform รุ่นใหม่ของ Huawei FusionSolar 
ภายใต้ชื่อ LUTERRA ถือกำเนิดขึ้นจากนวัตกรรมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ได้รับการ
พัฒนาขึ้นเพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จสูงสุดให้แก่ลูกค้า

มิวนิก, 15 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — เมื่อเดือนที่ผ่านมา Huawei ได้เปิดตัว LUTERRA
ภายในงาน Intersolar Europe ที่ประเทศเยอรมนี ในบทความนี้ Steve Zheng ประธานธุรกิจ
Smart ESS Business ของ Huawei Digital Power ได้อธิบายถึงวิธีที่ Huawei สามารถสร้าง
โซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (ESS) ที่ติดตั้งได้ง่าย พร้อมมอบประสิทธิภาพระดับ
แนวหน้าของอุตสาหกรรม และรองรับการทำงานแบบ Grid-Forming (GFM) ได้ในระดับโรงไฟฟ้า

[⌊Steve Zheng, President of Smart ESS Business, Huawei Digital Power⌉⌊Steve Zheng,
President of Smart ESS Business, Huawei Digital Power⌉[
Steve Zheng, President of
Smart ESS Business, Huawei Digital Power

เทคโนโลยี Grid-Forming ของ Huawei ได้รับการพิสูจน์แล้วจากการใช้งานจริงในภาคสนาม 
หนึ่งในตัวอย่างคือโครงการไมโครกริดพลังงานหมุนเวียน 100% ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ณ โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรีสอร์ต The Red Sea ในประเทศซาอุดีอาระเบีย โครงการดัง
กล่าวเปิดดำเนินงานอย่างมีเสถียรภาพต่อเนื่องมานานกว่า 2 ปี แสดงให้เห็นว่าการประสาน
การทำงานของทรัพยากรพลังงานแบบ GFM จากหลายพื้นที่ สามารถดำเนินการได้จริงในระดับกิกะ
วัตต์ชั่วโมง

แม้จะมีโครงการไม่มากนักที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่าระบบโซลาร์ PV ขนาด 400 เมกะวัตต์ และ
ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ความจุ 1.3 กิกะวัตต์ชั่วโมง ที่ติดตั้งในซาอุดีอาระเบีย
แต่เทคโนโลยีของ Huawei ก็สามารถช่วยเพิ่มรายได้ เพิ่มปริมาณพลังงานที่ใช้งานได้จริง
และผสานการทำงานร่วมกับระบบโซลาร์เซลล์ได้อย่างไร้รอยต่อสำหรับลูกค้าทุกราย

Steve Zheng กล่าวว่า คุณสมบัติเด่นต่าง ๆ เช่น ประสิทธิภาพรอบการชาร์จ-คายประจุ (RTE)
ที่อยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม การควบคุมสถานะการชาร์จ (State of Charge: SOC)
ที่มีความแม่นยำสูง และการเพิ่มประสิทธิภาพตั้งแต่ระดับเซลล์ถึงแพ็กแบตเตอรี่ ล้วนเกิด
ขึ้นจากการบูรณาการองค์ความรู้ในหลากหลายสาขา "โดยครอบคลุมทั้งเคมีไฟฟ้า วิศวกรรมไฟฟ้า
อิเล็กทรอนิกส์ อุณหพลศาสตร์ เทคโนโลยีการควบคุม และเทคโนโลยีการคาดการณ์"

"Huawei ควบคุมการทำงานของโซลูชันโดยรวมได้อย่างครบวงจร ทำให้สามารถบรรลุประสิทธิภาพ
93.1% ที่ด้านแรงดันต่ำของระบบ PCS ภายใต้อุณหภูมิแวดล้อม 25°C ขณะที่ความแม่นยำของ
ค่า SOC อยู่ที่ระดับ 2.5% ในช่วงปลายทั้งสองด้านของช่วงการทำงาน และ 3% ในช่วงแรงดัน
คงตัว (plateau)" Zheng กล่าว

การออกแบบแบบบูรณาการครอบคลุมการจัดการอุณหภูมิของแบตเตอรี่ตั้งแต่ระดับเซลล์จนถึงแพ็ก
แบบครบวงจร ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว และสถาปัตยกรรมการสวิตช์แรงดันสูงที่ใช้ซิ
ลิคอนคาร์ไบด์ (Silicon Carbide: SiC) ส่งผลให้ระบบมีข้อได้เปรียบด้านสมรรถนะที่โดด
เด่นสำหรับการประยุกต์ใช้ระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (LDES) เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่น
ในตลาด

"เรายังคงยึดมั่นในแนวทางสถาปัตยกรรมแบบ string โดยติดตั้งตัวปรับประสิทธิภาพ (optimiser)
สำหรับแบตเตอรี่แต่ละแพ็ก และตัวควบคุม (controller) สำหรับแต่ละแร็ก วิธีการบริหาร
จัดการที่ละเอียดและมีประสิทธิภาพนี้ช่วยแก้ปัญหาความไม่สม่ำเสมอทางเคมีไฟฟ้า โดยเฉพาะ
ความไม่สม่ำเสมอตลอดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่" Zheng อธิบาย

"ในโซลูชันรุ่นใหม่ของเรา แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ถูกยกระดับเป็น 1000V AC เป็นครั้ง
แรก โดยอาศัยอุปกรณ์ SiC ส่งผลให้สามารถลดการสูญเสียของระบบและเพิ่มประสิทธิภาพได้ 
เทคโนโลยีระบายความร้อนอัจฉริยะแบบกระจายที่เป็นเอกสิทธิ์ของเรา ช่วยเพิ่มพื้นที่ใน
การระบายความร้อน นอกจากนี้ ค่า RTE ที่สูง ความสม่ำเสมอของแบตเตอรี่ที่ดี ระดับ SOC
ที่สูง และความพร้อมใช้งานของระบบในระดับสูง ยังช่วยเพิ่มปริมาณพลังงานที่ระบบสามารถ
รับและจ่ายได้มากกว่า 10% เมื่อเทียบกับโซลูชันแบบดั้งเดิม"

แม้เทคโนโลยีภายในจะมีความซับซ้อน แต่ Steve Zheng กล่าวว่า ระบบได้รับการออกแบบให้
ติดตั้งและขนส่งได้อย่างเรียบง่ายที่สุด ตัวอย่างเช่น สำหรับโรงไฟฟ้า BESS ขนาด 1GWh
แพลตฟอร์ม LUTERRA Smart String Grid-Forming ESS Platform สามารถลดระยะเวลาการส่งมอบ
ได้อย่างน้อย 30% ลดต้นทุนระบบประกอบ (Balance of Plant: BOP) ได้อย่างน้อย 20% และ
ลดพื้นที่ติดตั้งลงได้ 1 ตารางเมตรต่อความจุที่ติดตั้งทุก 1 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh)
เมื่อเทียบกับโซลูชันแบบเดิม

Zheng กล่าวว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้จากสถาปัตยกรรม Through-Busbar Architecture
ที่ Huawei จดสิทธิบัตร ซึ่งช่วยให้การติดตั้งมีความยืดหยุ่น รองรับการขยายความจุของ
ระบบในอนาคต และการปรับอัตรา C-rate สำหรับการชาร์จและคายประจุให้เหมาะสมได้ตลอดอายุ
การใช้งานของโครงการ

**เทคโนโลยี ****Grid-forming ****เพื่อเสริมเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าที่ขับเคลื่อน
ด้วยอินเวอร์เตอร์**

ผู้อ่านประจำของ Energy-Storage.news คงทราบดีว่า เทคโนโลยี Grid-Forming และการประยุกต์
ใช้งานที่เกี่ยวข้องได้รับความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างมากในการเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบ
ไฟฟ้าทั่วโลก

ในอดีต ความถี่และแรงดันไฟฟ้าของระบบโครงข่ายไฟฟ้าเกิดขึ้นโดยธรรมชาติจากมวลหมุนของ
กังหันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าพลังความร้อน อย่างไรก็ตาม เมื่อแหล่งผลิตไฟฟ้าเหล่า
นี้ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเริ่มทยอยถูกทดแทน หรือมีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับ
แหล่งพลังงานหมุนเวียนแบบแปรผัน (VRE) จึงเกิดความท้าทายใหม่ ๆ ในการรักษาเสถียรภาพ
ของระบบไฟฟ้าขึ้น

โชคดีที่อินเวอร์เตอร์ซึ่งมาพร้อมความสามารถแบบ GFM สามารถทำหน้าที่ชดเชยได้ โดยให้
ทั้งความเฉื่อยของระบบ ค่ากำลังลัดวงจร (SCR) และคุณสมบัติสำคัญอื่น ๆ เช่น ความสามารถ
ในการสตาร์ทระบบไฟฟ้าจากภาวะดับทั้งระบบ (black start) ได้ นอกจากนี้ GFM ยังเหมาะอย่าง
ยิ่งสำหรับการประยุกต์ใช้กับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และในปัจจุบัน 
หลายประเทศและภูมิภาค เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และจีน กำลังเร่งนำแหล่งทรัพยากร
ไฟฟ้าที่รองรับการทำงานแบบ Grid-forming มาใช้งานอย่างต่อเนื่อง

ในยุโรป ผู้ให้บริการระบบส่งไฟฟ้า (TSO) ทั้งสี่รายของเยอรมนี ได้เปิดตัวตลาดบริการ
ด้านความเฉื่อยของระบบในระยะยาวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยระบบ BESS ที่รองรับการทำงาน
แบบ GFM มีคุณสมบัติเข้าร่วมให้บริการในตลาดดังกล่าวได้ ขณะเดียวกัน ENTSO-E ซึ่งเป็น
สมาคมผู้ดำเนินการระบบส่งไฟฟ้าของ 36 ประเทศในยุโรป ได้จัดทำร่างแนวทางด้านเทคนิคที่
กำหนดข้อกำหนดสำหรับเทคโนโลยี Grid-forming แล้ว

"เทคโนโลยี Grid-Forming ถือเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าที่รองรับ
พลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนสูง เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาจากระดับอุปกรณ์เดี่ยว ไปสู่ระดับ
อาเรย์ (Array) และระดับโรงไฟฟ้า" Steve Zheng กล่าว

Huawei ได้กำหนดคุณสมบัติหลัก 6 ประการของเทคโนโลยี Grid-forming ได้แก่ การสร้างความเฉื่อย
ของระบบ การสนับสนุนระดับกำลังลัดวงจร การควบคุมความถี่ขั้นปฐมภูมิ การลดการแกว่งของ
กำลังไฟฟ้า ความสามารถในการสตาร์ทระบบไฟฟ้าจากภาวะดับทั้งระบบ และการสลับการทำงานระหว่าง
โหมดเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าและโหมดอิสระในรูปแบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเสมือน (Virtual
Synchronous Generator: VSG)

"เราเชื่อว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยี Grid-Forming ในระดับโรงไฟฟ้า เป็นปัจจัยสำคัญ
อย่างยิ่ง" Zheng กล่าว

ยกตัวอย่างได้จากโรงไฟฟ้า BESS ขนาด 100 เมกะวัตต์ ซึ่งจะมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลัง
หลายพันตัวที่ต้องทำงานในโหมด GFM

"การทำให้อุปกรณ์ทั้งหมดเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ผ่านการ
ประสานการทำงานของทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ถือเป็นความท้าทายทางเทคนิคอย่างมาก" Zheng
กล่าว พร้อมอ้างอิงถึงโครงการ The Red Sea เป็นตัวอย่าง

นอกจากนั้น เทคโนโลยีของ Huawei ยังถูกนำไปใช้ในโครงการ Grid-Forming ขนาดใหญ่อีกหลาย
ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี บัลแกเรีย ฟิลิปปินส์ และจีน

**กลยุทธ์การพัฒนาโรดแมปผลิตภัณฑ์ของ ****Huawei ****มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพใน
ระดับอาเรย์และระดับระบบ**

Huawei ได้พัฒนาโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแบบ GFM ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม 
โดยได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับ BOP ในระดับระบบ เบื้องหลังกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์
ดังกล่าว คือการมุ่งเน้นไม่เพียงแต่ความหนาแน่นของกำลังไฟฟ้าและพลังงานของตู้ BESS 
เพียงตู้เดียว แต่ให้ความสำคัญกับความหนาแน่นของกำลังไฟฟ้าและพลังงานของทั้งชุดอาเรย์
หรือทั้งโรงไฟฟ้าเป็นหลัก

"โรงไฟฟ้าจะมีประสิทธิภาพสูงสุดได้ ก็ต่อเมื่อชุดระบบทั้งหมดได้รับการออกแบบและทำงาน
อย่างเหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ คอนเทนเนอร์เพียงหนึ่งตู้ไม่ใช่ระบบกักเก็บพลังงานที่สมบูรณ์
เช่นเดียวกับเซลล์แบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวก็ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นระบบกักเก็บพลังงาน"
Zheng กล่าว

"ดังนั้น ในการออกแบบและวางแผนโซลูชันของเรา เราจึงถือให้แต่ละอาเรย์เป็นหน่วยพื้นฐาน
ของระบบ แทนที่จะมุ่งเพิ่มความหนาแน่นของกำลังไฟฟ้าในตู้เดี่ยวเพียงอย่างเดียว"

การออกแบบของ Smart String Grid-Forming ESS Platform ใช้แพลตฟอร์มแรงดันสูง 1000Vac
แบบสองขั้น (Dual-Stage) ระบบกักเก็บพลังงานแบบ Grid-Forming นี้สามารถแก้ไขความท้าทาย
สำคัญในการดำเนินงานของระบบกักเก็บพลังงานฝั่งโครงข่ายไฟฟ้า (FTM) ทั้งในโรงไฟฟ้าพลังงาน
หมุนเวียนระดับสาธารณูปโภค และระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&
I) แม้ว่าระบบไฟฟ้าจะสร้างข้อกำหนดให้แก่สินทรัพย์ด้านการกักเก็บพลังงานด้านการสนับสนุน
โครงข่ายที่เข้มงวดมากขึ้นเรื่อย ๆ

[⌊Huawei's next-generation Smart String Grid-Forming ESS Platform LUTERRA⌉⌊Huawei's
next-generation Smart String Grid-Forming ESS Platform LUTERRA⌉[
Huawei’s next-generation
Smart String Grid-Forming ESS Platform LUTERRA

Steve Zheng กล่าวกับเราว่า "ในด้านสถาปัตยกรรม เราเชื่อว่าโซลูชันแบบสองขั้นนี้มีความ
ปลอดภัยต่อระบบไฟฟ้าที่เหนือกว่าโซลูชันแบบขั้นเดียวแบบเดิม"

ประการแรก ภายใต้สภาวะการทำงานแบบ High-Voltage Ride-Through (HVRT) จะเกิดกระแสไฟกระชาก
ไหลย้อนกลับไปมาระหว่างระบบไฟฟ้าและ PCS โดยเฉพาะเมื่อ SOC ของแบตเตอรี่อยู่ในระดับ
ต่ำ ซึ่งอาจทำให้ฉนวนของแบตเตอรี่เสียหาย หรือแม้กระทั่งก่อให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย
ที่ร้ายแรงได้

ประการที่สอง ในระหว่างสภาวะ Low-Voltage Ride-Through (LVRT) ระบบจำเป็นต้องสามารถ
จ่ายกำลังไฟฟ้าจริงได้ในระดับคงที่ เพื่อช่วยให้ระบบไฟฟ้าฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติได้
อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่สามารถพบข้อได้เปรียบเหล่านี้ได้ในสถาปัตยกรรมแบบขั้นเดียว"

---

  |  This article was produced by Cision PR Newswire, our trusted news partner. The views expressed and the content presented here are solely those of the author and may not fully reflect the opinions of Thailand Business News. |

---

 
**Read the original article :** [ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง Smart String Grid-Forming ESS Platform รุ่นใหม่ของ Huawei ](http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5005121_TH05121_10?rand=184834)
