# ผลการศึกษาของ Sun Life Asia เผยว่า การส่งต่อความมั่งคั่งทำได้ง่ายกว่าการเตรียมทายาทให้พร้อมบริหารความมั่งคั่งนั้น

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/pr-news/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-sun-life-asia-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%81
- Published: 2026-09-26T02:03:00+07:00
- Author: PR Newswire

|   |

 ◦ สำหรับกลุ่มผู้ที่กังวลว่าความมั่งคั่งของตนอาจไม่สามารถคงอยู่และส่งต่อไปยังคนรุ่น
   ต่อไปได้ ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือความพร้อมของผู้รับมรดกในการบริหารจัดการทรัพย์สิน
   ที่ได้รับมา โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจ 52% ระบุประเด็นดังกล่าวว่าเป็นข้อกังวลสำคัญที่สุด
   ซึ่งสูงกว่าประเด็นด้านความผันผวนของตลาด (49%) และความขัดแย้งในครอบครัวเกี่ยวกับ
   ทรัพย์สิน (44%)
 ◦ 70% กังวลว่าความมั่งคั่งของตนจะไม่สามารถคงอยู่และส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไปได้ แม้
   จำนวนผู้ที่มีแผนส่งต่อความมั่งคั่งที่จัดทำอย่างเป็นทางการในรูปแบบเอกสารจะเพิ่ม
   ขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่ปี 2568 ก็ตาม
 ◦ เกือบ 3 ใน 4 (74%) ของครอบครัวที่วางแผนส่งต่อมรดกทางการเงินตั้งใจที่จะส่งต่อค่า
   นิยม ความรู้ หรือบทเรียนชีวิตควบคู่ไปกับสินทรัพย์ทางการเงิน
 ◦ ครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสูงที่สุดในเอเชียมีความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในครอบครัว
   น้อยกว่า แต่กังวลมากกว่าเกี่ยวกับประเด็นด้านความเสี่ยงด้านการลงทุน ความซับซ้อน
   ด้านภาษี และความไว้วางใจที่มีต่อที่ปรึกษาของตน

ฮ่องกง, 26 กันยายน 2569 /PRNewswire/ — ผลการวิจัยฉบับใหม่จาก Sun Life Asia เผยว่า
ภัยคุกคามที่สำคัญที่สุดต่อการรักษาความมั่งคั่งให้คงอยู่ข้ามรุ่นอาจไม่ใช่ความผันผวน
ของตลาดหรือความขัดแย้งในครอบครัว แต่เป็นเรื่องที่ว่าผู้รับมรดกมีความพร้อมที่จะบริหาร
จัดการสิ่งที่ตนได้รับมาหรือไม่ แม้ว่าการวางแผนส่งต่อมรดกจะได้รับความนิยมมากขึ้นทั่ว
เอเชีย แต่ปัจจุบันมีเพียง 1 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสำรวจที่ระบุว่าตนรู้สึกพร้อมอย่างเต็ม
ที่ที่จะส่งต่อมรดกของตน

รายงานฉบับล่าสุดของ Sun Life Asia ในหัวข้อ _Passing the Torch: When legacy means
more than money_ พบว่า ผู้คนทั่วเอเชียมีมุมมองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยว
กับมรดกที่ตนต้องการทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง โดยเกือบ 3 ใน 4 (74%) ของผู้ตอบแบบสำรวจตั้งใจ
ที่จะส่งต่อค่านิยม ความรู้ หรือบทเรียนชีวิต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการส่งต่อมรดก
ของตน ควบคู่ไปกับสินทรัพย์ทางการเงิน ขณะเดียวกัน 70% กังวลว่าอาจไม่สามารถรักษาความ
มั่งคั่งของตนไว้ได้เกินกว่าคนรุ่นถัดไป และมีเพียง 20% ที่ระบุว่าปัจจุบันตนรู้สึก
ว่ามีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะส่งต่อมรดกของตน ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงการตระหนักที่
เพิ่มขึ้นว่า มรดกที่ยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่ว่าสิ่งใดถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นหลัง
แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าคนรุ่นต่อไปมีความพร้อมที่จะบริหารจัดการสิ่งที่ได้รับมาหรือไม่

การศึกษานี้ยังพบว่า การวางแผนส่งต่อมรดกยังคงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั่วทั้งภูมิภาค สัดส่วนของผู้ที่มีแผนการส่งต่อมรดกที่จัดทำอย่างเป็นทางการในรูปแบบ
เอกสารอย่างครบถ้วนและได้สื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า
จาก 10% ในปี 2568 เป็น 22% ในปี 2569 ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่ไม่มีแผนเลยลดลงจาก 31%
เหลือ 15%

David Broom ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้าและการจัดจำหน่ายของ Sun Life Asia กล่าวว่า"
แผนการส่งต่อมรดกไม่ได้ถือว่าสมบูรณ์เพียงเพราะมีการจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ยัง
ต้องช่วยให้สมาชิกในครอบครัวมีความเข้าใจร่วมกันว่าความมั่งคั่งมีไว้เพื่ออะไร หลัก
การใดควรเป็นแนวทางในการจัดการและใช้ความมั่งคั่งนั้น และคนรุ่นต่อไปจะสามารถสานต่อ
ความรับผิดชอบดังกล่าวได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่จะทำให้แผนที่มีอยู่เพียงบนกระดาษสามารถ
นำไปปฏิบัติได้จริงและดำรงอยู่ได้ในระยะยาว"

**มรดกมีความหมายมากกว่าตัวเงิน**

สำหรับครอบครัวส่วนใหญ่ มรดกมีความหมายมากกว่าตัวเงิน โดยทักษะและการศึกษา (33%) ค่า
นิยมของครอบครัว (32%) และบทเรียนชีวิต (31%) ล้วนอยู่ในกลุ่มสิ่งที่ผู้คนต้องการทิ้ง
ไว้ให้คนรุ่นต่อไปมากที่สุด ควบคู่ไปกับเงินและอสังหาริมทรัพย์ การสร้างโอกาสผ่านการ
ศึกษาก็มีความสำคัญเป็นพิเศษ โดยติดในกลุ่มสามอันดับแรกของสิ่งที่ผู้คนในภูมิภาคให้
ความสำคัญที่สุดโดยรวม (48%) แม้แต่ในกลุ่มผู้ที่วางแผนจะส่งต่อสินทรัพย์ทางการเงิน
การสนับสนุนด้านการศึกษา (45%) ก็มีความสำคัญเป็นอันดับถัดจากการให้ความช่วยเหลือทางการ
เงินแก่สมาชิกในครอบครัวในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ (50%) และการตอบสนองความต้องการพื้น
ฐานของครอบครัว (52%)

สิ่งที่ครอบครัวต้องการให้ความมั่งคั่งของตนสามารถบรรลุเป้าหมายได้ก็สะท้อนภาพเดียวกัน
โดย 6 ใน 10 คน (61%) ต้องการให้ความมั่งคั่งสร้างโอกาสให้แก่คนที่ตนรักในระยะยาว และ
52% ต้องการให้ความมั่งคั่งครอบคลุมสิ่งจำเป็นต่าง ๆ เช่น ที่อยู่อาศัยและการดูแลสุขภาพ
เงินยังคงมีความสำคัญ แต่ในปัจจุบันเงินถูกมองมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเป็นเครื่องมือในการ
ส่งต่อความมั่นคงและโอกาส มากกว่าที่จะเป็นมรดกในตัวมันเอง

**การวางแผนกำลังพัฒนาไปเร็วกว่าความมั่นใจ**

การวางแผนมีความเป็นระบบมากขึ้น แต่ความมั่นใจไม่ได้เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน จำนวน
ผู้ที่มีแผนการส่งต่อมรดกอย่างเป็นทางการที่จัดทำเป็นเอกสารอย่างครบถ้วนและมีการสื่อสาร
ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในหนึ่งปี จาก 10% ในปี 2568 เป็น
22% ในปี 2569 ขณะที่สัดส่วนผู้ที่ไม่มีแผนเลยลดลงจาก 31% เหลือ 15% อย่างไรก็ตาม ระดับ
ความมั่นใจไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน โดยมีเพียง 20% ของผู้คนที่รู้สึกว่าตนมี
ความพร้อมเต็มที่ในปัจจุบัน ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจาก 19% ในปีก่อน การได้รับคำแนะนำ
จากผู้เชี่ยวชาญมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความพร้อมที่เพิ่มขึ้น โดยเกือบครึ่งหนึ่ง
ของผู้ตอบแบบสำรวจ (46%) เคยขอรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนส่งต่อมรดก เพิ่ม
ขึ้นจาก 37% ในปี 2568 ในกลุ่มดังกล่าว 79% รู้สึกว่าตนมีความพร้อมทางการเงินสำหรับ
การส่งต่อมรดก เมื่อเทียบกับ 44% ในกลุ่มผู้ที่ยังไม่ได้ขอรับคำแนะนำ แต่ต้องการรับคำ
แนะนำ

ความวิตกกังวลกลับอยู่ในระดับสูงที่สุดในกลุ่มคนที่มีเวลาวางแผนมากที่สุด โดย 3 ใน 
4 (76%) ของคนรุ่น Gen Z และ Millennials กังวลว่าความมั่งคั่งของตนจะไม่คงอยู่ต่อไป
ขณะที่สัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 66% ในกลุ่ม Gen X และ 59% ในกลุ่ม Baby Boomers อย่างไร
ก็ตาม คนรุ่นใหม่กลับมองในแง่ดีมากที่สุดเกี่ยวกับว่ามรดกที่พวกเขาส่งต่อจะส่งผลไปได้
ไกลเพียงใด โดย 65% ของคนรุ่น Gen Z และ 67% ของคนรุ่น Millennials เชื่อว่าความมั่งคั่ง
ของตนจะสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนและส่งต่อไปได้หลายชั่วอายุคน เทียบกับ 51% ในกลุ่มคน
รุ่น Baby Boomers

คนแต่ละรุ่นมีแนวโน้มที่จะมองว่าอีกฝ่ายมีความรู้ทางการเงินดีกว่าตนเอง โดยมากกว่าครึ่ง(
58%) ของคนรุ่น Gen X และ Baby Boomers คิดว่าสมาชิกครอบครัวรุ่นอายุน้อยกว่ามีความ
รู้ทางการเงินมากกว่าพวกเขา ขณะที่ 61% ของคนรุ่น Gen Z และ Millennials ก็มองว่าคน
รุ่นก่อนหน้ามีความรู้ทางการเงินมากกว่าพวกเขาเช่นกัน

การยอมรับและมองเห็นคุณค่าของกันและกันดังกล่าว เกิดขึ้นควบคู่ไปกับความกังวลอย่างมาก
เกี่ยวกับความพร้อมของคนรุ่นต่อไป การที่ผู้รับมรดกมีความพร้อมในการบริหารจัดการทรัพย์สิน
ที่ได้รับมาหรือไม่นั้น ถือเป็นข้อกังวลอันดับหนึ่งของครอบครัว โดยในกลุ่มผู้ที่กังวล
ว่าความมั่งคั่งของตนจะไม่สามารถคงอยู่ต่อได้นั้น 52% ระบุว่าประเด็นนี้เป็นสิ่งที่
น่ากังวลที่สุด สูงกว่าความผันผวนของตลาด (49%) และความขัดแย้งเกี่ยวกับทรัพย์สิน (
44%) ทั้งนี้ มากกว่า 1 ใน 4 (27%) มองว่าการที่คนรุ่นต่อไปขาดความรู้ความเข้าใจด้าน
การเงินเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดต่อการรักษาความมั่งคั่งของครอบครัว ขณะ
ที่อีก 25% กังวลว่าคนรุ่นต่อไปจะขาดความมั่นใจในการบริหารจัดการทรัพย์สินหรือความมั่งคั่ง
ที่จะได้รับ ขณะเดียวกัน ที่ปรึกษาก็เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในการช่วยให้ครอบครัวเริ่ม
ต้นพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ โดย 4 ใน 10 คนระบุว่า ได้มีการสื่อสารพูดคุยกับ
คนรุ่นต่อไปแล้วอย่างน้อยบางส่วนผ่านที่ปรึกษาทางการเงิน โดยเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 15%
ในปี 2568

David Broom กล่าวเสริมว่า "การส่งต่อความมั่งคั่งอาจเป็นการตัดสินใจที่ตรงไปตรงมา 
แต่การเตรียมความพร้อมให้ใครสักคนสามารถบริหารจัดการความมั่งคั่งนั้นเป็นกระบวนการที่
ใช้เวลานานกว่ามาก ครอบครัวที่ให้คนรุ่นต่อไปเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถ
ใช้การพูดคุยเหล่านี้เพื่อสร้างวิจารณญาณทางการเงิน ทำให้ความคาดหวังมีความชัดเจน และ
ลดความไม่แน่นอนก่อนที่ความรับผิดชอบจะถูกส่งต่อเปลี่ยนมือไป ที่ปรึกษาทางการเงินที่
ได้รับความไว้วางใจสามารถช่วยให้ครอบครัวรับมือการสนทนาเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
และเปลี่ยนเจตนารมณ์ที่ดีให้กลายเป็นแผนที่ทุกคนเข้าใจร่วมกันได้"

**สำหรับครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสูง การบริหารจัดการความซับซ้อนมีความสำคัญมากกว่า
การจัดการความขัดแย้ง**

สำหรับครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสูงที่สุดในเอเชีย ภาพที่ปรากฏกลับแตกต่างออกไป ในขณะ
ที่ประชากรทั่วไปมีความกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับความพร้อมของคนในครอบครัวและความเสี่ยง
ที่จะเกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับทรัพย์สิน บุคคลที่มีสินทรัพย์สุทธิสูงกลับกังวลเกี่ยว
กับความเป็นไปได้ที่สมาชิกครอบครัวจะแตกแยกและขัดแย้งกันน้อยกว่ามาก โดย 1 ใน 5 (20%)
มองว่าข้อพิพาทเป็นอันตรายที่สำคัญต่อการรักษาความมั่งคั่ง เมื่อเทียบกับ 34% ของประชากร
ทั่วไปที่ตอบแบบสำรวจ สิ่งที่พวกเขากังวลกลับเป็นปัจจัยพื้นฐานในการรักษาความมั่งคั่ง
ได้แก่ การตัดสินใจลงทุนที่เหมาะสม การจัดการกับความซับซ้อนด้านภาษีและกฎหมาย และการ
มีความเชื่อมั่นในสถาบันที่บริหารจัดการความมั่งคั่งนั้น

37% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่เป็นบุคคลที่มีสินทรัพย์สุทธิสูงมองว่าการตัดสินใจลงทุนที่
ไม่ดีเป็นความเสี่ยง เมื่อเทียบกับ 24% ของประชากรทั่วไป และ 29% ระบุถึงความซับซ้อน
ด้านภาษีหรือกฎหมาย เมื่อเทียบกับ 18% ในกลุ่มประชากรทั่วไป ในกลุ่มผู้ที่กังวลว่าความ
มั่งคั่งของตนอาจไม่สามารถรักษาให้คงอยู่และส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไปได้ มี 40% ระบุถึง
ความเชื่อมั่นที่มีต่อที่ปรึกษาหรือสถาบันที่บริหารจัดการความมั่งคั่งของตน เมื่อเทียบ
กับ 25% ของกลุ่มประชากรทั่วไป

ทั้งนี้ บุคคลที่มีสินทรัพย์สุทธิสูงที่ตอบแบบสำรวจมากกว่า 8 ใน 10 คน (83%) เชื่อว่าที่
ปรึกษาควรมีบทบาทในการวางแผนส่งต่อมรดก และ 63% คิดว่าที่ปรึกษาควรเป็นผู้นำในเรื่อง
ดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่มีความสำคัญอย่างมากเมื่อเทียบกับกลุ่มประชากร
ทั่วไป สำหรับครอบครัวเหล่านี้ การรักษาความมั่งคั่งให้คงอยู่ข้ามรุ่นกลายเป็นเรื่อง
ของการกำกับดูแลและคำปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจพอ ๆ กับประเด็นเรื่องความกลมเกลียว
ภายในครอบครัว

**Sujoy Ghosh** ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Sun Life Private Wealth กล่าวว่า "การ
รักษาความมั่งคั่งสำหรับครอบครัวที่มีสินทรัพย์สุทธิสูง ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยง
ความขัดแย้งในครอบครัวเท่านั้น การมีความเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจต่าง ๆ ที่กำหนดทิศทาง
ของความมั่งคั่งดังกล่าว ตั้งแต่การลงทุนไปจนถึงวิธีการจัดโครงสร้างความมั่งคั่งให้
แก่คนรุ่นต่อไปก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ด้วยเหตุนี้ คำแนะนำที่ได้รับความไว้วางใจจึง
มีความสำคัญยิ่ง ครอบครัวต่าง ๆ ต้องการที่ปรึกษาที่สามารถนำความเชี่ยวชาญที่เหมาะสม
จากหลายด้านมารวมกัน รวมทั้งช่วยรับมือกับความซับซ้อน และช่วยให้พวกเขาตัดสินใจได้อย่าง
รอบคอบยิ่งขึ้นในบริบทที่ครอบคลุมทั้งข้ามพรมแดนและข้ามรุ่น"

ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในทิศทางเดียวกันในทุกระดับความมั่งคั่ง
นั่นคือ ครอบครัวต่าง ๆ ให้ความสำคัญมากขึ้นไม่เพียงกับสิ่งที่พวกเขาจะส่งต่อให้คนรุ่น
หลัง แต่ยังรวมถึงความพร้อมของคนรุ่นต่อไปในการรับและบริหารจัดการสิ่งที่ได้รับด้วย

สามารถดูรายงานฉบับเต็มได้[ที่นี่](https://edge.prnewswire.com/c/link/?t=0&l=th&o=4782902-1&h=146715063&u=https%3A%2F%2Fedge.prnewswire.com%2Fc%2Flink%2F%3Ft%3D0%26l%3Den%26o%3D4782902-1%26h%3D1218519859%26u%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.sunlife.com%252Fcontent%252Fdam%252Fsunlife%252Fregional%252Fglobal-marketing%252Fdocuments%252Fcom%252Fsun-life-asia-passing-the-torch-2026-en.pdf%26a%3Dhere&a=%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%88)

**เกี่ยวกับการสำรวจฉบับนี้**

นี่เป็นการสำรวจการวางแผนส่งต่อมรดกประจำปีครั้งที่สองของ Sun Life Asia หลังจากการ
สำรวจในปี 2568 ในหัวข้อ _Passing the Torch: Building Lasting Legacies in Asia_ การ
เก็บข้อมูลภาคสนามดำเนินการในเดือนสิงหาคม 2569 ครอบคลุมตลาด 6 แห่ง ได้แก่ ฮ่องกง 
อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม โดยรวบรวมคำตอบจากผู้ตอบแบบสำรวจ
จำนวน 3,073 คน ซึ่งครอบคลุมผู้คนที่มีระดับความมั่งคั่งและช่วงวัยที่แตกต่างกัน

**เกี่ยวกับ**** Sun Life
 
Sun Life เป็นองค์กรผู้ให้บริการทางการเงินระดับสากลชั้น
นำ ซึ่งมอบโซลูชันการบริหารจัดการสินทรัพย์ ความมั่งคั่ง การประกัน และสุขภาพให้แก่
ลูกค้าบุคคลและสถาบัน Sun Life มีการดำเนินงานในตลาดหลายแห่งทั่วโลก ทั้งแคนาดา สหรัฐอเมริกา
สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อินเดีย จีน ออสเตรเลีย
สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย และเบอร์มิวดา ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 Sun Life มีสินทรัพย์
ภายใต้การจัดการรวม 1.70 ล้านล้านดอลลาร์แคนาดา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ [www.sunlife.com](https://edge.prnewswire.com/c/link/?t=0&l=th&o=4782902-1&h=1265962740&u=http%3A%2F%2Fwww.sunlife.com&a=www.sunlife.com)

บริษัท Sun Life Financial Inc. จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต (TSX) ตลาดหลักทรัพย์
นิวยอร์ก (NYSE) และตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์ (PSE) ภายใต้สัญลักษณ์หลักทรัพย์ SLF

**หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ**: ตัวเลขทั้งหมดเป็นสกุลเงินดอลลาร์แคนาดา

---

  |  This article was produced by Cision PR Newswire, our trusted news partner. The views expressed and the content presented here are solely those of the author and may not fully reflect the opinions of Thailand Business News. |

---

 
**Read the original article :** [ผลการศึกษาของ Sun Life Asia เผยว่า การส่งต่อความมั่งคั่งทำได้ง่ายกว่าการเตรียมทายาทให้พร้อมบริหารความมั่งคั่งนั้น ](http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5056852_TH56852_10?rand=184834)
