# ผลวิจัยชี้ การลดความเหลื่อมล้ำด้านทักษะดิจิทัลอาจช่วยปลดล็อกการเติบโตของ GDP โลกมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/pr-news/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5
- Published: 2026-09-10T22:55:00+07:00
- Author: PR Newswire

**_รายงานฉบับใหม่จัดทำโดย GSMA Intelligence ร่วมกับ Huawei และเผยแพร่ในงาน UNESCO’s
Digital Learning Week_**

ปารีส, 10 กันยายน 2569 /PRNewswire/ — ผลการวิจัยฉบับใหม่ที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ ระบุ
ว่า ผู้คนมากกว่าหนึ่งในสาม หรือ 38% ของประชากรโลก ยังคงไม่ได้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 
แม้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีโครงข่ายบรอดแบนด์เคลื่อนที่ครอบคลุมก็ตาม และการขาดทักษะ
ดิจิทัลถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ

รายงานฉบับใหม่ชื่อ _"Bridging the Divide: Enhancing Digital Literacy in the AI Era"_
ซึ่งจัดทำโดย GSMA Intelligence ร่วมกับ Huawei ระบุว่า ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลซึ่ง
เกิดจากการขาดทักษะดิจิทัล ความเชื่อมั่นในการใช้งานเทคโนโลยี และความรู้ความเข้าใจ
ด้าน AI กำลังส่งผลกระทบต่อผู้คนมากถึง 3.1 พันล้านคนทั่วโลก

[⌊Report Launched at Enhancing Digital Literacy in the AI Era Media Roundtable⌉⌊
Report Launched at Enhancing Digital Literacy in the AI Era Media Roundtable⌉[
Report Launched
at Enhancing Digital Literacy in the AI Era Media Roundtable

**AI เพิ่มโอกาสในการเข้าถึง แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้วยเช่นกัน**

ข้อมูลประมาณการของอุตสาหกรรมระบุว่า การลดความเหลื่อมล้ำด้านทักษะดิจิทัลอาจช่วยเพิ่ม
GDP โลกได้ราว 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 โดยมากกว่า 90% ของผลประโยชน์ดังกล่าว
จะเกิดขึ้นในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ขณะที่ปัจจุบันโครงข่ายบรอดแบนด์เคลื่อนที่ครอบคลุม
ประชากรทั่วโลกแล้ว 96%

รายงานฉบับใหม่ที่เผยแพร่ในงาน UNESCO’s Digital Learning Week บ่งชี้ว่า AI สามารถ
เป็นได้ทั้งโอกาสและอุปสรรคสำหรับชุมชนที่ยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางดิจิทัล แม้ว่าผู้ช่วย
สั่งงานด้วยเสียงที่ขับเคลื่อนด้วย AI รวมถึงแอปพลิเคชันที่รองรับการใช้งานผ่านภาพ 
เสียง และวิดีโอ สามารถช่วยให้ผู้ที่มีทักษะการอ่านและเขียนจำกัดใช้งานเทคโนโลยีได้
โดยไม่ต้องป้อนข้อความ แต่ผู้ใช้ก็ต้องมีความรู้ด้านความปลอดภัยและทักษะการคิดอย่าง
มีวิจารณญาณมากขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัย โดยงานวิจัยเตือน
ว่า ผู้ใช้จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และสามารถระบุ
ความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การฉ้อโกงและดีปเฟกได้

งานวิจัยอ้างอิงข้อมูลสถิติจาก World Bank ซึ่งระบุว่า ความรู้และทักษะด้าน GenAI เป็นก
ลุ่มทักษะที่สร้างมูลค่าสูงสุด โดยผู้ที่มีทักษะดังกล่าวอาจได้รับค่าจ้างสูงขึ้นถึง
36% ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่สูงกว่าทั้งทักษะดิจิทัลและทักษะ AI แบบดั้งเดิมอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดทำรายงานเตือนว่า หากไม่มีการพัฒนาทักษะดิจิทัลขั้นพื้นฐานที่ตรง
กับความต้องการ การนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็วอาจยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลที่
มีอยู่รุนแรงขึ้น แม้แต่ในพื้นที่ที่มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตครอบคลุมแล้วก็ตาม

**ห้องเรียนเคลื่อนที่ช่วยพัฒนาทักษะในพื้นที่ห่างไกล**

โดยทั่วไปแล้ว โครงการส่งเสริมความเท่าเทียมทางดิจิทัลมุ่งเน้นกลุ่มที่มีความเสี่ยง
สูงต่อการถูกกีดกันทางดิจิทัล ได้แก่ ชุมชนในชนบทและพื้นที่ห่างไกล เด็กและครูในโรงเรียน
ชนบท ผู้สูงอายุ ตลอดจนผู้หญิงและเด็กหญิง

รายงานเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน โดยยกตัวอย่างโครงการ
Skills on Wheels ของ Huawei โดยเฉพาะอย่างยิ่ง DigiTruck ห้องเรียนเคลื่อนที่พลังงาน
แสงอาทิตย์ที่นำอุปกรณ์ดิจิทัล สัญญาณอินเทอร์เน็ต การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ รวมถึงการเสริม
สร้างความรู้ความเข้าใจด้าน AI ไปยังพื้นที่ห่างไกล

นับตั้งแต่ปี 2562 หลักสูตรฝึกอบรมภายใต้โครงการ Skills on Wheels ได้ช่วยพัฒนาทักษะ
ให้ผู้คนมากกว่า 130,000 คน ใน 21 ประเทศ และยังมีผู้ได้รับประโยชน์ทางอ้อมอีกเป็นจำนวน
มาก ผู้ฝึกสอนของ DigiTruck สนับสนุนให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมนำทักษะดิจิทัลที่ได้รับ
ไปถ่ายทอดต่อ ซึ่งแนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในชุมชน [รายงานเกี่ยวกับ DigiTruck โดยกระทรวงสารสนเทศ การสื่อสาร และเศรษฐกิจดิจิทัลของเคนยา](https://www-file.huawei.com/-/media/corp2020/pdf/tech4all/cases/digitruck-executive-summary-report-v5.pdf?la=en)
ระบุว่า 79% ของผู้เข้ารับการฝึกอบรม DigiTruck ที่ตอบแบบสำรวจได้นำทักษะดิจิทัลที่
เรียนรู้ไปถ่ายทอดต่อให้สมาชิกในครอบครัวและเพื่อน

**ผู้กำหนดนโยบายควรชูความรู้ด้าน AI ให้เป็นทักษะพื้นฐานสำคัญ**

เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ รายงานได้เรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ให้บริการโทรคมนาคม 
และผู้พัฒนาเทคโนโลยีร่วมมือกัน โดยมุ่งเน้น 4 แนวทางสำคัญ ดังนี้

 ◦ กำหนดให้ความรู้พื้นฐานด้าน AI ความปลอดภัยในโลกออนไลน์ และการตรวจสอบข้อมูล เป็น
   ทักษะพื้นฐานที่ทุกคนควรมีในระดับประเทศ
 ◦ นำระบบสั่งงานด้วยเสียงและระบบโต้ตอบที่รองรับหลายภาษาไปใช้กับบริการภาครัฐ เพื่อ
   ลดอุปสรรคด้านเทคนิคและความยุ่งยากในการใช้งานสำหรับประชาชน
 ◦ ขยายการเรียนรู้ผ่านหน่วยการเรียนรู้เคลื่อนที่ โดยผสานความร่วมมือหลายภาคส่วน ทั้ง
   การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผู้ให้บริการเครือข่าย เทคโนโลยีจากผู้พัฒนา และเครือ
   ข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนในท้องถิ่น
 ◦ วัดผลจากการนำทักษะไปใช้จริง เช่น การทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง และการรับมือกับการ
   ฉ้อโกง แทนการวัดผลจากจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม

"ทักษะดิจิทัลไม่สามารถนิยามด้วยเกณฑ์ตายตัวแบบเดิมได้อีกต่อไป" Tim Hatt หัวหน้าฝ่าย
วิจัยและที่ปรึกษาของ GSMA Intelligence กล่าว "การใช้งานอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว
ไม่เพียงพออีกต่อไป ทั้งทักษะของผู้ใช้ การออกแบบระบบ และความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยี
ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน หากต้องการคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์นี้ ทุก
ภาคส่วนจำเป็นต้องผสานความรู้ความเข้าใจด้าน AI ในระดับต่าง ๆ เข้ากับการใช้ชีวิตประจำ
วัน ผ่านทางชุมชนที่ผู้คนให้ความไว้วางใจ"

"ห้องเรียนเคลื่อนที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในการช่วยให้ผู้ด้อยโอกาสก้าวข้ามอุปสรรคทั้ง
ในด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีและความไม่มั่นใจในการใช้เทคโนโลยี" Gavin Allen บรรณาธิการ
บริหารของ Huawei กล่าว "เราจะทำงานร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นและพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม
เพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างหลักประกันว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้
ข้างหลัง ในขณะที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจ AI"

โครงการ DigiTruck ใหม่จะเปิดตัวในประเทศฝรั่งเศสในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ โดยจะให้บริการ
ในหลายเมืองทั่วแคว้นอีล-เดอ-ฟรองซ์ เพื่อช่วยพัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่กลุ่มผู้มีราย
ได้น้อยและชุมชนด้อยโอกาส

รายงานฉบับเต็มเผยแพร่ผ่านศูนย์รวมงานวิจัยของ GSMA Intelligence:

[https://www.gsmaintelligence.com/research/research-file-download?reportId=83651&assetId=83691](https://www.gsmaintelligence.com/research/research-file-download?reportId=83651&assetId=83691)

---

  |  This article was produced by Cision PR Newswire, our trusted news partner. The views expressed and the content presented here are solely those of the author and may not fully reflect the opinions of Thailand Business News. |

---

 
**Read the original article :** [ผลวิจัยชี้ การลดความเหลื่อมล้ำด้านทักษะดิจิทัลอาจช่วยปลดล็อกการเติบโตของ GDP โลกมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ ](http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5044884_TH44884_10?rand=184834)
