# รายงานวิจัยระดับโลกฉบับใหม่ของ Habitat for Humanity เผยว่าผู้คน 3 ใน 4 ต้องลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเพื่อให้สามารถรับภาระค่าที่อยู่อาศัยได้

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/pr-news/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1
- Published: 2026-10-06T03:34:00+07:00
- Author: PR Newswire

|   |

แอตแลนตา, 6 ตุลาคม 2569/PRNewswire/ — ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยกำลังบีบให้ผู้คน
หลายล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก โดยต้องแลกมาด้วยการลดค่าใช้จ่าย
ด้านอาหาร การรักษาพยาบาล ความมั่นคงทางการเงิน และแผนการสำคัญสำหรับอนาคต ตามรายงาน
การวิจัยระดับโลกที่เผยแพร่ในวันนี้โดย Habitat for Humanity International รายงานฉบับ
นี้มีชื่อว่า _Home at What Cost? _และจัดทำขึ้นจากการสำรวจประชาชนจำนวน 30,000 คนใน
22 ประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของประชากรในแต่ละประเทศ โดยพบว่า ต้นทุน
ที่แท้จริงของการมีที่อยู่อาศัยนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงค่าเช่าหรือค่างวดสินเชื่อที่
อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ผู้คนต้องยอมสละเพื่อให้ได้มาซึ่งที่อยู่
อาศัยที่เรียกได้ว่าเป็นบ้านของตน

ผู้ตอบแบบสำรวจ 3 ใน 4 คน (75%) ระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา พวกเขาต้องลดค่าใช้จ่ายอย่าง
น้อยหนึ่งรายการเพื่อให้สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยได้ โดยแรงกดดันหนัก
หน่วงที่สุดตกอยู่กับกลุ่มคนที่มีความเปราะบางด้านที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น
ผู้ที่อาศัยในรูปแบบการอยู่อาศัยที่ไม่เป็นทางการ (89%) ผู้มีรายได้น้อย (85%) และคน
รุ่นใหม่ ได้แก่ คนรุ่น Gen Z และ Millennials (81%) การต้องแลกเปลี่ยนดังกล่าวส่งผลก
ระทบถึงสิ่งจำเป็นในชีวิต โดยผู้ตอบแบบสำรวจหนึ่งในสาม (33%) ระบุว่าต้องลดค่าใช้จ่าย
ด้านอาหารลง ส่วน 32% ต้องนำเงินออมหรือเงินสำรองฉุกเฉินออกมาใช้ และ 13% ต้องเลื่อน
หรือหลีกเลี่ยงการเข้ารับการรักษาพยาบาลเพื่อให้สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่
อาศัยได้

แม้จะต้องเสียสละในลักษณะดังกล่าว แต่ครัวเรือนจำนวนมากก็ยังคงเผชิญกับความไม่มั่นคง
โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้คนทั่วโลก (48%) ระบุว่า หากเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดขึ้นเพียง
หนึ่งเรื่อง ก็อาจทำให้พวกเขาไม่สามารถรักษาที่อยู่อาศัยของตนไว้ได้ ความสามารถในการ
เข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เอื้อมถึงยังบีบให้ผู้คนต้องยอมประนีประนอมด้านความปลอดภัย
โดย 40% ระบุว่ายอมรับความเสี่ยงด้านที่อยู่อาศัยในระดับหนึ่ง เพราะไม่สามารถเข้าถึง
ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าได้ ขณะเดียวกัน โดยรวมแล้ว ผู้คนยังขาดความเชื่อมั่นว่าจะมี
แนวทางแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดย 56% ระบุว่า ระบบที่อยู่อาศัยในประเทศของ
ตนมีปัญหาหรือไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้คนได้

"บ้านเป็นสิ่งที่ไม่ควรต้องแลกมาด้วยสุขภาพหรืออนาคตของผู้คน บ้านควรเป็นรากฐานของสุขภาพ
โอกาส และความมั่นคงทางการเงิน แต่กระนั้น ผู้คนมากกว่าครึ่งกลับเชื่อว่าระบบที่อยู่
อาศัยในประเทศของตนมีปัญหา หรือพูดง่าย ๆ คือระบบดังกล่าวไม่ได้ทำงานเพื่อพวกเขา" Jonathan
Reckford ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Habitat for Humanity International กล่าว "เรา
ไม่อาจยอมรับอนาคตที่ผู้คนต้องลดมาตรฐานความคาดหวังว่าที่อยู่อาศัยควรมอบสิ่งใดให้แก่
พวกเขาได้ งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าเหตุใดเราจึงจำเป็นต้องให้รัฐบาล ภาคธุรกิจ และ
ชุมชนร่วมมือกันสร้างระบบที่อยู่อาศัยที่ช่วยให้ผู้คนสามารถสร้างอนาคต แทนที่จะเพียง
ดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดในปัจจุบัน"

**การมีครอบครัวล่าช้า คุณภาพชีวิตที่ถดถอย** ผลกระทบของค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย
ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงงบประมาณของครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่
ที่ดีของผู้คนในปัจจุบัน รวมถึงอนาคตที่พวกเขาหวังจะสร้างขึ้นด้วย

 ◦ ผู้คนมากกว่าครึ่ง (56%) ระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยทำให้เป็นเรื่องยากที่
   จะพิจารณาเริ่มต้นสร้างครอบครัว โดยตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 62% ในกลุ่มคนรุ่น Gen
   Z และ Millennials
 ◦ พ่อแม่และผู้ปกครองเกือบ 6 ใน 10 คน (58%) กังวลว่าค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยกำลัง
   จำกัดโอกาสของบุตรหลาน สะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านที่อยู่อาศัยกำลังทำให้ผู้คน
   ต้องเลื่อนเหตุการณ์สำคัญในชีวิตออกไป และทำให้การสร้างความมั่นคงในระยะยาวเป็นเรื่อง
   ยากขึ้น
 ◦ ความกังวลเกี่ยวกับการมีบ้านเป็นของตนเองในอนาคตอยู่ในระดับสูงสุดในประเทศที่มีราย
   ได้สูง โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือ ซึ่งผู้ที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตนเองในแคนาดามากกว่า
   ครึ่งหนึ่ง (56%) และเกือบครึ่งหนึ่งในสหรัฐฯ (42%) ระบุว่า พวกเขาไม่คาดหวังว่า
   จะมีบ้านเป็นของตนเองได้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต
 ◦ ขณะเดียวกัน ความไม่พึงพอใจต่อที่อยู่อาศัยอยู่ในระดับสูงที่สุดในประเทศที่มีราย
   ได้ประชาชาติในระดับต่ำ เช่น โกตดิวัวร์ (66%) และเอธิโอเปีย (63%) เมื่อเทียบกับ
   ค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 35%
 ◦ ผู้คนมากกว่า 1 ใน 3 (35%) ระบุว่า สถานการณ์ด้านที่อยู่อาศัยของตนเป็นหนึ่งในแหล่ง
   ความเครียดที่สำคัญที่สุดในชีวิต โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 64% ในกลุ่มผู้
   ตอบแบบสำรวจที่อาศัยในรูปแบบการอยู่อาศัยที่ไม่เป็นทางการและ 39% ในกลุ่มคนรุ่นใหม่(
   Gen Z และ Millennials)

ผู้เช่ามีแนวโน้มที่จะมองว่าสถานการณ์ด้านที่อยู่อาศัยของตนอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า
ผู้เป็นเจ้าของบ้านเกือบ 1.5 เท่า (28% เทียบกับ 19%)

ขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสำรวจเกือบ 9 ใน 10 คนทั่วโลก (89%) ระบุว่า การมีที่อยู่อาศัย
ที่ปลอดภัย สะดวกสบาย และมีความมั่นคง ช่วยให้พวกเขามีสุขภาพจิตที่ดี สะท้อนให้เห็น
ว่าประเด็นเรื่องที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังมีบทบาท
เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในการกำหนดคุณภาพชีวิต ความสามารถในการรับมือกับความยากลำบาก ตลอด
จนความสามารถในการดูแลตนเองและครอบครัวของผู้คน

นอกจากนี้ ความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยยังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มากขึ้น โดยเกือบหนึ่งในสามของผู้คน (30%) คาดว่าสภาพอากาศรุนแรงจะทำให้การใช้ชีวิต
ในพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ในปัจจุบันเป็นเรื่องยากขึ้นในช่วงสามปีข้างหน้า ขณะที่
18% ระบุว่าบ้านของตนไม่สามารถปกป้องพวกเขาจากสภาพอากาศรุนแรง เช่น ความร้อน ความหนาว
เย็น หรือน้ำท่วมได้

รัฐบาล ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม ตลอดจนบุคคลทั่วไป ล้วนมีบทบาทในการทำให้มั่นใจ
ว่าผู้คนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ช่วยขยายโอกาส แทนที่จะเป็นข้อจำกัดโอกาสเหล่า
นั้น โดย Habitat for Humanity เรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนจากการให้คำมั่นด้านที่อยู่
อาศัยไปสู่การสร้างแนวทางที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ ผ่าน
ความมุ่งมั่นทางการเมืองและการลงทุน พร้อมเรียกร้องให้ภาคธุรกิจขยายและพัฒนานวัตกรรม
ด้านทางเลือกในการจัดหาเงินทุนเพื่อที่อยู่อาศัย อีกทั้งเรียกร้องให้เครือข่ายพันธมิตร
และองค์กรที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนหลักฐานเชิงประจักษ์ไปสู่การปฏิบัติ ด้วยการผลักดันให้
เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย การจัดหาเงินทุน และกลไกตรวจสอบความรับผิดชอบ ตลอดจนเรียก
ร้องให้บุคคลและชุมชนใช้เสียง ความรู้ความสามารถ และเครือข่ายของตน เพื่อร่วมขับเคลื่อน
แนวทางแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืนในระยะยาว

รายงานฉบับนี้ประกอบด้วยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อค้นพบดังกล่าว รวมถึงข้อมูล
จำแนกตามประเทศและข้อมูลเชิงประชากร หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานฉบับ
นี้หรือ Habitat for Humanity International โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ **habitat.org/HomeAtWhatCost**

**ระเบียบวิธีวิจัย** การสำรวจที่เป็นตัวแทนของประชากรในแต่ละประเทศดำเนินการขึ้นระหว่าง
วันที่ 10 เมษายนถึง 30 มิถุนายน 2569ใน 22 ประเทศ โดยสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนจำนวน
30,758 คน งานวิจัยนี้ดำเนินการในประเทศต่าง ๆ ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บาร์เบโดส
บราซิล แคนาดา โกตดิวัวร์ อียิปต์ เอธิโอเปีย กัวเตมาลา อินโดนีเซีย ไอร์แลนด์ เคนยา
เม็กซิโก เนปาล ไนจีเรีย โปแลนด์ แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ตรินิแดดและโตเบโก ตุรกี สหราช
อาณาจักร และสหรัฐอเมริกา รายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการวิจัยความคิดเห็นสาธารณะต้นฉบับ
ที่จัดทำขึ้นตามการมอบหมายโดย Habitat for Humanity International เพื่อทำความเข้าใจ
ให้ดียิ่งขึ้นว่าผู้คนประสบกับปัญหาด้านที่อยู่อาศัยอย่างไรบ้างในชีวิตประจำวัน งาน
วิจัยนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมข้อมูลด้านที่อยู่อาศัยที่มีอยู่เดิม โดยก้าวข้าม
ตัวชี้วัดในระดับระบบ และมุ่งเก็บข้อมูลว่าที่อยู่อาศัยส่งผลต่อความรู้สึกของผู้คนใน
ด้านความปลอดภัย ความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เอื้อมถึง ความมั่นคง 
ศักดิ์ศรี สุขภาพ โอกาสในชีวิต และความเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างไร

**เกี่ยวกับ**** Habitat for Humanity Habitat for Humanity คือขบวนการของผู้คนทั้ง
ในชุมชนของคุณและทั่วโลก ที่ร่วมกันสร้างชุมชนที่เจริญเติบโต เข้มแข็งและมีชีวิตชีวา
โดยทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและมีราคาเหมาะสม นับตั้งแต่ก่อตั้ง
ในปี 2519 ในฐานะองค์กรคริสเตียน Habitat ได้ช่วยเหลือผู้คนมากกว่า 65 ล้านคนทั่วโลก
ในการสร้างอนาคตของตนเองผ่านการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ องค์กรดำเนินงานด้วย
การร่วมมือและทำงานเคียงข้างผู้คนจากทุกสาขาอาชีพ เพื่อการสร้าง ซ่อมแซม และจัดหาแหล่ง
เงินทุนเพื่อที่อยู่อาศัย ด้วยการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ ในการก่อสร้างและการจัดหาเงิน
ทุน ตลอดจนการผลักดันนโยบายที่ช่วยให้การก่อสร้างและการเข้าถึงที่อยู่อาศัยเป็นเรื่อง
ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน เราร่วมกันสร้างบ้าน ชุมชน และความหวัง ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
[habitat.org](https://edge.prnewswire.com/c/link/?t=0&l=th&o=4789385-1&h=2615661864&u=https%3A%2F%2Fedge.prnewswire.com%2Fc%2Flink%2F%3Ft%3D0%26l%3Den%26o%3D4789385-1%26h%3D1845422495%26u%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.habitat.org%252F%26a%3Dhabitat.org&a=habitat.org)

---

  |  This article was produced by Cision PR Newswire, our trusted news partner. The views expressed and the content presented here are solely those of the author and may not fully reflect the opinions of Thailand Business News. |

---

 
**Read the original article :** [รายงานวิจัยระดับโลกฉบับใหม่ของ Habitat for Humanity เผยว่าผู้คน 3 ใน 4 ต้องลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเพื่อให้สามารถรับภาระค่าที่อยู่อาศัยได้ ](http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5063549_TH63549_10?rand=184834)
