# เผยโฉมผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและไอคอนวงการอาหาร ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินระดับโลก ประจำการแข่งขัน S.Pellegrino Young Chef Academy Competition ประจำปี 2569-2570

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/pr-news/%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88
- Published: 2026-08-27T15:42:00+07:00
- Author: PR Newswire

|   |

_การผนึกกำลังของ 7 ไอคอนแห่งวงการอาหาร เพื่อร่วมผลักดันเชฟรุ่นใหม่ เชื่อมโยงศาสตร์
แห่งอาหาร วัฒนธรรม และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน_

มิลาน, 27 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ — S.Pellegrino Young Chef Academy เผยโฉม 7 ผู้
มากวิสัยทัศน์แห่งวงการอาหาร นั่งแท่นคณะกรรมการตัดสินระดับโลก ประจำการแข่งขันรอบชิง
ชนะเลิศศึก S.Pellegrino Young Chef Academy Competition ประจำปี 2569-2570

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: [https://www.multivu.com/s_pellegrino/9412851-en-cultural-disruptors-culinary-icons-unveiled-global-jury-young-chef-academy-competition-2026-27](https://www.multivu.com/s_pellegrino/9412851-en-cultural-disruptors-culinary-icons-unveiled-global-jury-young-chef-academy-competition-2026-27)

S.Pellegrino Young Chef Academy Competition ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเฟ้นหา บ่มเพาะ และ
ผลักดันเชฟรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาพลิกโฉมอนาคตวงการอาหาร ภารกิจนี้มีหัวใจสำคัญอยู่ที่
คณะกรรมการตัดสินระดับโลก ซึ่งเป็นการรวมตัวของเชฟระดับแถวหน้าที่ได้รับความเคารพใน
ระดับสากล โดยคัดเลือกไม่เพียงจากความสำเร็จอันโดดเด่นบนเส้นทางสายอาหารเท่านั้น แต่
ยังพิจารณาจากค่านิยม มุมมอง และความพร้อมในการเป็นเมนเทอร์ เพื่อร่วมค้นหาดาวดวงใหม่
แห่งวงการ

คณะกรรมการตัดสินระดับโลกในครั้งนี้ทำหน้าที่ยิ่งกว่าการเป็นกรรมการ แต่เป็นทั้งเมน
เทอร์ สเกาต์ และผู้ผลักดันดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการ ในยุคที่วงการอาหารเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ไอคอนวงการอาหารทั้ง 7 ท่านนี้ จะร่วมประเมินเชฟรุ่นใหม่วัยไม่เกิน 30 ปีที่
มีศักยภาพสูงสุดจากทั่วโลก ณ เมืองมิลาน โดยผู้เข้ารอบสุดท้ายจะถูกตัดสินตาม**กฎเหล็ก**
ของทาง Academy ได้แก่ **ทักษะทางเทคนิค ความคิดสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ และความ
เชื่อมั่นอันแรงกล้าของแต่ละคน** ซึ่งคณะกรรมการทรงเกียรติชุดนี้หวังที่จะค้นหาเชฟรุ่น
ใหม่ที่ไม่ได้มองว่าศาสตร์แห่งอาหารเป็นเพียงศิลปะ แต่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน
สังคม สร้างความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมการกินให้คงอยู่สืบไป

**คณะกรรมการตัดสินระดับโลก: เมนเทอร์ผู้ร่วมกำหนดอนาคต**

การผนึกกำลังของ 7 กรรมการที่เป็นตัวแทนจากหลากหลายวัฒนธรรม ปรัชญาการทำอาหาร และภาวะ
ผู้นำที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนต่างมีความเชื่อเดียวกันว่า อนาคตของวงการอาหารนั้นขึ้น
อยู่กับการบ่มเพาะเชฟรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยทักษะความเชี่ยวชาญ ความคิดสร้างสรรค์ ความ
รับผิดชอบ และเป้าหมายที่ชัดเจน คณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่เป็นเมนเทอร์ ประเมินผลอย่าง
เข้มข้น และสนับสนุนผู้ที่ผ่านเข้ารอบชิง โดยถือเป็นหัวใจสำคัญในการช่วย Academy เฟ้น
หาผู้นำรุ่นใหม่แห่งวงการ

**Enrico ‘Chicco’ Cerea (ร้าน Da Vittorio ประเทศอิตาลี) –** ตัวแทนแห่งจุดสูงสุดของ
อาหารอิตาเลียนชั้นสูง ผู้พา Da Vittorio ในเมืองบรูซาปอร์โต คว้ามิชลิน 3 ดวงมาครอง
ได้สำเร็จตั้งแต่ปี 2553 ด้วยชื่อเสียงในเรื่องความแม่นยำทางเทคนิค และการร่วมมือกับ
โครงการฟาร์มแนวตั้งเพื่อความยั่งยืน เชฟ Cerea จะมารับหน้าที่ประเมินรากฐานอันเป็น
หัวใจของศาสตร์การประกอบอาหาร ได้แก่ ทักษะความเชี่ยวชาญอันเข้มงวด และระเบียบวินัย
ที่จำเป็นในการบริหารธุรกิจระดับโลกให้ประสบความสำเร็จ "ไม่ว่าเทคนิคของเราจะทันสมัย
ไปไกลแค่ไหน แต่การให้เกียรติวัตถุดิบยังคงเป็นเรื่องสำคัญเสมอ" เขากล่าว "เชฟรุ่นใหม่
ต้องเข้าใจว่า ครัวคือธุรกิจที่สร้างขึ้นจากทำงานเป็นทีม วินัย และความปรารถนาอันลึก
ซึ้งที่จะมอบความสุขให้แก่แขกผู้มาเยือน"

**Rodolfo Guzmán (ร้าน Boragó ประเทศชิลี) – **เชฟ Guzmán คือผู้ปฏิวัติวงการอาหาร
ของชิลี ด้วยการรวบรวมวัตถุดิบเฉพาะถิ่นผ่าน "มุมมองของนักปรุงอาหาร" ณ ร้าน Boragó
ในกรุงซานติอาโก ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นร้านอาหารที่ยั่งยืนที่สุดในโลกประจำปี 2564 จาก
การจัดอันดับ The World’s 50 Best Restaurants นอกจากนี้ ศูนย์วิจัย CIB ของเขายังนำ
วัตถุดิบพื้นเมืองและอาหารโบราณของชิลีมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าในลักษณะหมุนเวียน "
ความยั่งยืนทางอาหารที่แท้จริงคือการเกื้อกูลกันอย่างเป็นวัฏจักรระหว่างธรรมชาติและ
ภูมิปัญญาดั้งเดิม" เขากล่าว "ผมตั้งตารอที่จะได้พบกับเชฟรุ่นใหม่ที่มองเห็นศักยภาพ
ในบ้านเกิดของตนด้วยมุมมองใหม่ ๆ ดึงความอร่อยออกมาจากวัตถุดิบที่คนอื่นมองข้าม และ
กล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ของการทำอาหาร"

**Junghyun ‘JP’ Park (ร้าน Atomix ประเทศสหรัฐอเมริกา)** **–** เชฟ Park เกิดที่กรุง
โซลและสร้างชื่อในนครนิวยอร์ก ผู้พลิกโฉมหน้าอาหารเกาหลีบนเวทีโลก โดยมีร้านหลักคือ
Atomix ซึ่งคว้าดาวมิชลิน 2 ดวง และรั้งอันดับ 12 จากการจัดอันดับ _The World’s 50 
Best Restaurants_ เชฟ Park อาศัยพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์การอาหาร โดยนำกระบวนการคิดเชิง
มโนทัศน์และการวิจัยเชิงลึกมาร่วมถ่ายทอดแก่คณะกรรมการ "นวัตกรรมที่แท้จริงเกิดจากการ
ศึกษาอย่างลึกซึ้ง" เขากล่าว "ผมกำลังมองหาเชฟที่มีความอยากรู้อยากเห็นในเชิงวิทยาศาสตร์
พิถีพิถันในทุกรายละเอียด และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถยกระดับอาหารดั้งเดิมให้ตรึง
ใจคนทั่วโลกได้"

**เชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ (ร้านโพทง ประเทศไทย) ****–** เจ้าของตำแหน่งเชฟหญิงที่
ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2568 และเชฟหญิงที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2567 เชฟแพมถือเป็น
เชฟหญิงชาวเอเชียและชาวไทยคนแรกที่คว้ารางวัลระดับตำนานเหล่านี้มาครอง ณ ร้านอาหารระดับ
ดาวมิชลินใจกลางกรุงเทพฯ อย่างร้านโพทง เชฟแพมได้เนรมิตอาหารไทย-จีนร่วมสมัยสไตล์โปร
เกรสซีฟขึ้นภายในตึกเก่าแก่อายุกว่า 120 ปี ซึ่งเคยเป็นร้านขายยาโบราณของตระกูล เชฟ
แพมพร้อมที่จะเข้ามาขับเคลื่อนศิลปะแห่งการถ่ายทอดเรื่องราวและมรดกทางวัฒนธรรมอาหาร"
แพมอยากเห็นทักษะความเชี่ยวชาญระดับชั้นครูที่ร้อยเรียงเข้ากับรากเหง้าทางวัฒนธรรม"
เธอกล่าว "นอกจากฝีมือปรุงอาหารในครัวแล้ว แพมกำลังมองหาผู้นำรุ่นใหม่ที่มีเป้าหมาย
ชัดเจน และพร้อมใช้พื้นที่ของตัวเองในการสืบสานมรดกแห่งรสชาติให้คงอยู่ต่อไปค่ะ"

**Jessica Rosval (ร้าน Al Gatto Verde ประเทศอิตาลี) –** เชฟชาวแคนาดาผู้สั่งสมประสบการณ์
เคียงข้าง Massimo Bottura มานานกว่าทศวรรษ จนพาร้าน Al Gatto Verde ในเมืองโมเดนา 
คว้าดาวมิชลินมาครองได้สำเร็จ โดยในปี 2567 เชฟ Rosval ได้รับการยกย่องให้เป็น Champion
of Change จากการจัดอันดับ The World’s 50 Best Restaurants จากผลงานร้านอาหารเพื่อ
สังคมอย่าง Roots ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้ Association for the Integration of Women ที่
เธอร่วมก่อตั้ง ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างโอกาสและการเปิดรับความหลากหลายในสังคม เชฟ
Rosval ได้ยกระดับศาสตร์แห่งการทำอาหารไปสู่วิสัยทัศน์ด้านมนุษยธรรม "เชฟยุคใหม่เป็น
มากกว่าคนทำอาหาร แต่คือผู้ดูแลวัฒนธรรมและเป็นผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง" เธอกล่าว"
ฉันกำลังมองหาดาวรุ่งที่เข้าใจพลังของอาหารในการเชื่อมโยงผู้คน อนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิม
สร้างโอกาส และถ่ายทอดเรื่องราวที่มีความหมาย เพื่อรังสรรค์ความคิดเหล่านั้นให้กลาย
เป็นประสบการณ์มื้ออาหารอันน่าประทับใจไม่รู้ลืม"

**Ana Roš (ร้าน Hiša Franko ประเทศสโลวีเนีย) –** เชฟ Roš เป็น 1 ใน 9 เชฟหญิงระดับ
โลกที่กุมบังเหียนครัวระดับมิชลิน 3 ดาว เชฟผู้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่าง Roš ถือเป็นปรมาจารย์
ด้านการชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ณ ร้าน Hiša Franko ในเมืองโคบาริด ในฐานะกรรมการตัดสิน
เธอจะประเมินว่าเชฟรุ่นใหม่สามารถเปลี่ยนข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ ให้กลายเป็นผลงานรังสรรค์
ชั้นเลิศที่สะท้อนเสน่ห์ท้องถิ่นและความยั่งยืนได้อย่างไร "ฉันมองหาความกล้าหาญในการ
รังสรรค์อาหาร คนที่ไม่กลัวที่จะปล่อยให้ภูมิประเทศท้องถิ่นและตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์
ถ่ายทอดผ่านจานอาหาร" เธอกล่าว "อนาคตของวงการอาหารเป็นของคนที่เคารพในวัตถุดิบท้อง
ถิ่น และกล้าทลายกรอบกฎเกณฑ์เดิม ๆ"

**Martino Ruggieri (ร้าน Maison Ruggieri ประเทศฝรั่งเศส) –** เชฟผู้มากความสามารถ
เจ้าของร้าน La Maison Ruggieri ณ ย่านปาแล-รัวยาล กรุงปารีส เชฟ Ruggieri ผสานมรดก
ทางวัฒนธรรมอิตาลีอันน่าภาคภูมิใจ เข้ากับทักษะชั้นครูสไตล์ฝรั่งเศสที่เขาได้เจียระไน
มาอย่างยาวนานในฐานะ Executive Chef ประจำร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาวอย่าง Pavillon
Ledoyen ในฐานะผู้ชนะการแข่งขัน Bocuse d’Or ของอิตาลีเมื่อปี 2560 เขานำเอาสายเลือด
นักแข่งระดับโลกมาร่วมเป็นกรรมการ โดยจะคอยประเมินว่าผู้ผ่านเข้ารอบสามารถรับมือกับ
แรงกดดันอันมหาศาลด้วยความประณีตเชิงศิลปะได้อย่างไร "ศาสตร์แห่งอาหารคือความสมดุลระหว่าง
ระเบียบวินัยทางเทคนิคและอารมณ์ความรู้สึกอันลึกซึ้ง" เขากล่าว "ผมจะประเมินว่าผู้เข้า
แข่งขันรอบชิงชนะเลิศรับมือกับแรงกดดันอันหนักหน่วงในสนามแข่งอย่างไร เพื่อเปลี่ยนเทคนิค
ดั้งเดิมอันพิถีพิถันให้กลายเป็นการแสดงออกทางศิลปะที่เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง"

**เส้นทางการแข่งขัน**

สำหรับการแข่งขันในระยะนี้ เหล่าเชฟรุ่นใหม่มากฝีมือจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งได้รับการ
คัดสรรโดยสถาบัน **Alma** (International School of Italian Culinary Arts) กำลังเตรียม
ความพร้อมเพื่อลงศึกประลองฝีมืออย่างเข้มข้นในรอบคัดเลือกระดับภูมิภาค หรือ **Regional
Finals**

การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับภูมิภาคทั้ง 15 เขต ถือเป็นก้าวสำคัญในการค้นหาเชฟรุ่นใหม่
ผู้ที่จะเข้ามากำหนดทิศทางวงการอาหารในอนาคต โดยมีเชฟชั้นนำระดับโลกคอยให้คำแนะนำอย่าง
ใกล้ชิด ซึ่งเหล่าผู้เข้าแข่งขันจะต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงทักษะความเชี่ยวชาญระดับสูง
ความคิดสร้างสรรค์ เจตนารมณ์ และวิสัยทัศน์อันโดดเด่นเฉพาะตัว ก่อนก้าวสู่ศึกตัดสิน
รอบชิงชนะเลิศ หรือ Grand Finale ณ เมืองมิลาน

คณะกรรมการระดับภูมิภาคจะรับหน้าที่คัดเลือกผู้ชนะเลิศระดับภูมิภาคสำหรับรางวัล **S.
Pellegrino Young Chef Academy Award** เพื่อเชิดชูเชฟที่โดดเด่นทั้งด้านทักษะความเชี่ยวชาญ
ความคิดสร้างสรรค์ และวิสัยทัศน์ นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลพิเศษอีก 3 สาขา เพื่อ
ร่วมเฉลิมฉลองมิติต่าง ๆ ของศาสตร์การทำอาหารยุคใหม่ ก่อนจะเข้าสู่การคัดเลือกผู้ชนะ
เลิศระดับโลกในลำดับต่อไป ได้แก่

 1. **รางวัล ****S.PELLEGRINO FOR SOCIAL RESPONSIBILITY AWARD:** คัดเลือกโดยสมาคม **
    Sustainable Restaurant Association** เพื่อมอบให้แก่เชฟที่สะท้อนแนวทางการทำอาหาร
    อย่างยั่งยืนผ่านจานเอกลักษณ์ของตนเอง
 2. **รางวัล ****FINE DINING LOVERS AWARD: **คัดเลือกโดยกลุ่ม **Fine Dining Lovers 
    Insiders** เพื่อมอบให้แก่เชฟที่ถ่ายทอดความเชื่อส่วนบุคคลผ่านจานเอกลักษณ์ได้อย่าง
    ดีเยี่ยม
 3. **รางวัล ****ACQUA PANNA CONNECTION IN GASTRONOMY AWARD:** คัดเลือกโดยเหล่า**เชฟ
    เมนเทอร์** เพื่อมอบให้แก่เชฟที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยในสไตล์
    การทำอาหารได้อย่างลงตัว

สำหรับผู้ชนะเลิศระดับภูมิภาคของรางวัล S.Pellegrino Young Chef Academy Award จะได้
ก้าวเข้าสู่ศึกตัดสินรอบชิงชนะเลิศ ณ เมืองมิลาน โดยจะได้รังสรรค์เมนูอาหารภายใต้การ
ดูแลอย่างใกล้ชิดของเชฟเมนเทอร์รุ่นใหญ่ พร้อมนำเสนอจานเอกลักษณ์ต่อหน้าคณะกรรมการตัดสิน
ระดับโลก

ติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันนี้ได้ทาง: **sanpellegrinoyoungchefacademy.com**

**เกี่ยวกับ ****S.Pellegrino และ Acqua Panna** S.Pellegrino, Acqua Panna และ Sanpellegrino
Italian Sparkling Drinks เป็นเครื่องหมายการค้าระดับสากลของบริษัท Sanpellegrino S.
p.A. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยวางจำหน่ายในกว่า 150
ประเทศทั่วโลกผ่านบริษัทในเครือและตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมทั้ง 5 ทวีป ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
สะท้อนถึงคุณภาพอันเป็นเลิศจากแหล่งกำเนิด พร้อมถ่ายทอดวิถีสไตล์อิตาเลียนสู่ระดับสากล
ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการผสานสุนทรียภาพ สุขภาพ และสุขภาวะที่ดีเข้าไว้ด้วยกันอย่าง
ลงตัว Sanpellegrino S.p.A. ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2442 โดยเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่อง
ดื่มของอิตาลี ด้วยไลน์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งน้ำแร่ธรรมชาติ เครื่องดื่มเรียกน้ำ
ย่อยแบบไร้แอลกอฮอล์ เครื่องดื่ม และชาพร้อมดื่ม ในฐานะผู้ผลิตน้ำแร่รายใหญ่ของอิตาลี
บริษัทฯ ยึดมั่นในการยกระดับคุณค่าของทรัพยากรน้ำอันเป็นสิ่งจำเป็นของโลก พร้อมมุ่ง
มั่นดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบและความใส่ใจ เพื่อส่งต่อทรัพยากรอันทรงคุณค่านี้สู่
อนาคตที่ยั่งยืน

 

[⌊Global Jury for the Grand Finale of the S.Pellegrino Young Chef Academy Competition
2026-27.⌉⌊Global Jury for the Grand Finale of the S.Pellegrino Young Chef Academy
Competition 2026-27.⌉[
Global Jury for the Grand Finale of the S.Pellegrino Young
Chef Academy Competition 2026-27.

 

---

  |  This article was produced by Cision PR Newswire, our trusted news partner. The views expressed and the content presented here are solely those of the author and may not fully reflect the opinions of Thailand Business News. |

---

 
**Read the original article :** [เผยโฉมผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและไอคอนวงการอาหาร ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินระดับโลก ประจำการแข่งขัน S.Pellegrino Young Chef Academy Competition ประจำปี 2569-2570 ](http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5015887_TH15887_10?rand=184834)
