# Cathay FHC จัดประชุมสุดยอดด้านการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศระดับแนวหน้าของเอเชีย ภูมิใจยอดผู้ร่วมงานทุบสถิติ สะท้อนพลังขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/pr-news/cathay-fhc-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2
- Published: 2026-07-08T20:55:00+07:00
- Author: PR Newswire

ไทเป, 8 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — การประชุมสุดยอด Cathay Sustainability Finance&
Climate Change Summit ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ประสบ
ความสำเร็จอย่างล้นหลามด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 5,800 คน
จากองค์กรชั้นนำกว่า 2,000 แห่ง โดยมีบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 850 แห่ง ซึ่งมีมูลค่า
หลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกันคิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของไต้หวัน พร้อมด้วยผู้กำหนดนโยบาย
นักลงทุนระดับโลก ผู้นำธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
ความสำเร็จในครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของ Cathay Financial Holdings หรือ Cathay FHC
ในฐานะผู้นำอันดับต้น ๆ ของเอเชีย ในการขับเคลื่อนเวทีหารือด้านการเงินเพื่อสภาพภูมิ
อากาศและการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน

 [⌊More than 5,800 participants from over 2,000 organizations gathered at Cathay Financial Holdings' 10th Sustainability Finance & Climate Change Summit, underscoring its growing role as a leading convener of climate finance and sustainable transition across Asia. (Source: Cathay Financial Holdings)⌉](https://mmx.prnasia.com/media/MS1879426/2551850f76c64bac8ea1cbf2ffe69670.jpg?id=OA2754953&p=medium600)

More than 5,800 participants from over 2,000 organizations gathered at Cathay Financial
Holdings’ 10th Sustainability Finance & Climate Change Summit, underscoring its 
growing role as a leading convener of climate finance and sustainable transition
across Asia. (Source: Cathay Financial Holdings)

เมื่อแวดวงการเงินเพื่อความยั่งยืนทั่วโลกกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยความ
ไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และความต้องการเงินทุนผลัก
ดันการเปลี่ยนผ่านที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เอเชียกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญใน
การระดมทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม ภายใต้บริบทนี้ การประชุมสุดยอดประจำปีของ Cathay
FHC จึงได้ยกระดับสู่การเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียเพื่อหารือด้านการเงินเพื่อ
ความยั่งยืน โดยเป็นแหล่งรวมผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ภาคธุรกิจ และภาควิชาการ เพื่อ
ร่วมกันขับเคลื่อนภูมิภาคนี้ให้เติบโตอย่างมั่นคงและทั่วถึงในอนาคต

งานประชุมสุดยอดเปิดฉากด้วยวิดีโอแสดงความยินดีจาก Al Gore อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังแรงบันดาลใจในการจัดงานครั้งแรกเมื่อปี 2560 และ Jin-lung Peng
ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินของไต้หวัน (FSC) นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติ
จากผู้ทรงคุณวุฒิระดับแถวหน้า ไม่ว่าจะเป็น Chin-Tsang Ho รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
เศรษฐกิจ, Sherman Lin ประธานตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน, Sherri Chuang รองประธาน FSC ไต้หวัน,
Rebecca Mikula-Wright ซีอีโอประจำ Asia Investor Group on Climate Change (AIGCC),
ศาสตราจารย์ Ryo Kohsaka จากมหาวิทยาลัยโตเกียว, Sam Kimmins ผู้อำนวยการด้านพลังงาน
จาก Climate Group และ Vincent Tseng ประธานบริษัท Taiwan Power Company ซึ่งการรวม
ตัวของผู้นำในครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำบทบาทของงานนี้ในการเป็นเวทีระดับโลก ที่เชื่อมโยง
มุมมองสากลเข้ากับแนวทางการเปลี่ยนผ่านของเอเชียได้อย่างลงตัว

**วิกฤตสภาพภูมิอากาศ ยกระดับจนกลายเป็นปัญหาท้าทายเชิงระบบ**

Chang-Ken (CK) Lee ประธานบริษัท Cathay FHC กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำว่า การเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นความเสี่ยง
เชิงระบบที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ ขีดความสามารถในการแข่งขัน
ของภาคอุตสาหกรรม ตลาดการเงิน ตลอดจนวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน

พร้อมกันนี้ คุณ Lee ยังได้แบ่งปันประสบการณ์จากการเดินทางไปร่วมงาน London Climate
Action Week เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า อุณหภูมิในช่วงดังกล่าวพุ่งสูงถึง 37–38 องศา
เซลเซียส ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังเข้ามาปรับเปลี่ยน
โครงสร้างสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลุ่มเปราะ
บาง ซึ่งส่วนใหญ่ยังขาดแคลนทุนทรัพย์ในการปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่ทวีความ
รุนแรงยิ่งขึ้นในปัจจุบัน

คุณ Lee ได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นอันยาวนานของ Cathay FHC ที่ยึดมั่นในหลักการหลัก 3 ประการ
ได้แก่ การสร้างมูลค่าระยะยาว การขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ ๆ และการส่งเสริมความร่วมมือ
โดยกล่าวว่า "สถาบันการเงินล้วนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการจัดสรรเม็ดเงินลงทุนเพื่อ
สร้างมูลค่าในระยะยาว" และเสริมว่า "ปัจจุบัน นวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยีคาร์บอน
ต่ำ ทุนธรรมชาติ และเศรษฐกิจหมุนเวียน กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เรื่องที่แยกออกจากการเติบโตอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นกุญแจสำคัญ
ในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความร่วม
มือในภาคส่วนและตลาดต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้เอเชียเร่งขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิด
ผลได้จริง พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านของทั้งโลก"

คุณ Lee ยังกล่าวถึงวิวัฒนาการของงานประชุมสุดยอดนี้ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาว่า หัวข้อใน
การหารือนั้นได้ขยายวงกว้างขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่เน้นเพียงการสร้างความตระหนักรู้
และเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านสภาพภูมิอากาศ มาสู่เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ทุนธรรมชาติ
การเงินแบบผสมผสาน นวัตกรรมทางการเงิน ตลอดจนการลงทุนเพื่อสังคมที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง"
เมื่อความสำเร็จของการลงทุนด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนนั้นปรากฏให้เห็นมากขึ้นทั่ว
โลก ทศวรรษข้างหน้าจึงเป็นช่วงเวลาที่เราต้องมุ่งขยายผลแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล
จริง เพื่อเปลี่ยนจากคำมั่นสัญญาร่วมกันให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูป
ธรรม" คุณ Lee กล่าวเสริม

**ผู้นำระดับโลกและระดับชาติร่วมแสดงวิสัยทัศน์**

ในวิดีโอแถลงแสดงความยินดี Jin-lung Peng ประธานคณะกรรมการ FSC ได้กล่าวชื่นชม Cathay
FHC ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเงินเพื่อความยั่งยืนและการรับมือกับวิกฤตสภาพ
ภูมิอากาศในไต้หวันมาตลอดหนึ่งทศวรรษ พร้อมทั้งยกสุภาษิตจีนที่ว่า _"ผู้มีคุณธรรมย่อม
ไม่โดดเดี่ยว และจะมีผู้ร่วมอุดมการณ์เคียงข้างเสมอ"_ มาเน้นย้ำว่า สถาบันการเงินไม่
ได้เป็นเพียงผู้จัดสรรเงินทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการปรับเปลี่ยน
โครงสร้างภาคอุตสาหกรรม โดยคุณ Peng ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ FSC ในการเสริมสร้างตลาด
การเงินสีเขียวและการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านของไต้หวันให้แข็งแกร่ง ยิ่งไปกว่านั้น
ยังพร้อมสนับสนุนให้สถาบันการเงินพัฒนานวัตกรรมโซลูชันทางการเงินใหม่ ๆ เพื่อช่วยให้
ภาคธุรกิจสามารถเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านและสร้างภูมิคุ้มกันให้องค์กรได้อย่างมั่นคง

ด้าน Al Gore อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเคยเดินทางมาร่วมงานประชุมสุดยอดครั้งแรก
ด้วยตนเองเมื่อปี 2560 ได้ส่งวิดีโอข้อความพิเศษเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับ Cathay FHC
ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของการจัดงานนี้ว่า ตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นงานประชุมสุดยอด
นี้ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มระดับแนวหน้าของไต้หวันในการหารือด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน
พร้อมทั้งชื่นชม Cathay FHC และผู้เข้าร่วมงานทุกท่านที่ร่วมกันแสดงภาวะผู้นำอย่างเด่น
ชัด ท่ามกลางกระแสความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกต่อข้อตกลงด้านความยั่งยืน

นอกจากนี้ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังเน้นย้ำว่า แม้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่ว
โลกจะยังคงเผชิญกับความท้าทาย แต่ในปัจจุบันตลาดการเงินได้ปรับทิศทางอย่างชัดเจน จาก
เดิมที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่นวัตกรรมพลังงานสะอาด ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ไม่สามารถ
ย้อนกลับได้ พร้อมกล่าวเชิญชวนให้สถาบันการเงินและภาคเอกชนเดินหน้าอัดฉีดเม็ดเงินลงทุน
อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและสังคมที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแกร่ง

**ร่วมกำหนดทิศทางทศวรรษหน้าของการเงินเพื่อความยั่งยืนในเอเชีย**

การประชุมสุดยอดในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Innovating for a Resilient Sustainable
Future" (นวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น) โดยเน้นไปที่แนวทางในการประสานความ
ร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน ภาคธุรกิจ และนักพัฒนานวัตกรรม เพื่อเร่งขับเคลื่อน
การเปลี่ยนผ่านของเอเชีย โดยอาศัยนโยบายที่สอดคล้องกัน การระดมทุน นวัตกรรมทางเทคโนโลยี
และความร่วมมือข้ามภาคส่วน

สำหรับเวทีเสวนาในช่วงเช้าได้ร่วมเจาะลึกในหัวข้อการรักษาความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก โดยกลุ่มผู้กำหนดนโยบายได้ร่วมนำเสนอนโยบายการ
เงินเพื่อความยั่งยืนล่าสุดของไต้หวัน ไปจนถึงยุทธศาสตร์ในการสนับสนุนธุรกิจองค์กรเพื่อ
ความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ตลอดจนภาพรวมของยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจ
สีเขียวของไต้หวัน

ขณะที่ Rebecca Mikula-Wright ซีอีโอของ AIGCC ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองล่าสุดจากนักลงทุน
ภาคสถาบันในเอเชีย โดยชี้ว่า ปัจจุบันความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศได้รับการยอมรับใน
วงกว้างว่าเป็นความเสี่ยงทางการเงิน ขณะเดียวกัน สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังคงเป็น
ปัจจัยสำคัญที่เข้ามาปรับเปลี่ยนโครงสร้างระบบพลังงาน และเป็นตัวเร่งให้เกิดเม็ดเงิน
ลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้านศาสตราจารย์ Ryo Kohsaka จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นิพนธ์หลักประสาน
งานของเวทีนโยบายวิทยาศาสตร์ระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและบริการระบบ
นิเวศ (IPBES) ด้วยนั้น ได้ร่วมเจาะลึกยุทธศาสตร์การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ(
Nature Positive) ของญี่ปุ่น พร้อมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับแนวทางที่ภาคธุรกิจจะสามารถ
นำความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ มาบูรณาการเข้ากับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
ขององค์กร

ส่วนเวทีเสวนาในช่วงบ่ายมุ่งเน้นไปที่หัวข้อ "Accelerating Innovation and Building
Resilience" (การเร่งพัฒนานวัตกรรมและสร้างภูมิคุ้มกัน) ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องการเปลี่ยน
ผ่านด้านพลังงาน ทุนธรรมชาติ การมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่มในสังคม และโซลูชันที่ขับเคลื่อน
โดยภาคอุตสาหกรรม โดย Sam Kimmins ผู้อำนวยการด้านพลังงานจาก Climate Group ได้ร่วม
วิเคราะห์ปัญหาท้าทายด้านความมั่นคงทางพลังงานในเอเชีย พร้อมหารือเกี่ยวกับโอกาสในการ
ผลักดันการใช้พลังงานปลอดคาร์บอนตลอด 24 ชั่วโมง (24/7 Carbon-Free Energy หรือ 24/
7 CFE) ในไต้หวัน ทั้งยังได้กล่าวชื่นชม Cathay FHC สำหรับความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยว
ในด้านนี้ ในฐานะสถาบันการเงินแห่งแรกของโลกที่ร่วมเป็นภาคีในโครงการดังกล่าว

ขณะที่ Vincent Tseng ประธานบริษัท Taiwan Power Company ได้ร่วมแบ่งปันความคืบหน้า
ล่าสุดในการพัฒนาระบบไฟฟ้าของไต้หวัน พร้อมร่วมหารือในประเด็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ที่จะต้องสร้างสมดุลระหว่างความเสถียรของระบบไฟฟ้า เป้าหมายการมุ่งสู่ Net-Zero และ
ขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม

ปิดท้ายด้วยการเสวนาพิเศษ 2 หัวข้อ ซึ่งร่วมเจาะลึกตัวอย่างความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่าน
สู่สังคมคาร์บอนต่ำข้ามภาคส่วน รวมถึงการเติบโตของระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
ในไต้หวัน โดยวิทยากรได้แลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัล การเพิ่มประสิทธิภาพ
พลังงาน ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความร่วมมือในซัพพลายเชน 
มาใช้เสริมสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ภาคธุรกิจ พร้อมทั้งร่วมกันหาแนวทางทลายข้อจำกัดด้าน
เงินทุนและนโยบายที่กลุ่มสตาร์ตอัปเพื่อความยั่งยืนทั่วเอเชียกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

**สร้างระบบนิเวศการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศในเอเชีย**

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา งานประชุมสุดยอด Sustainability Finance & Climate Change Summit
ของ Cathay FHC ได้ยกระดับจากการเป็นโครงการริเริ่มภายในประเทศ สู่การเป็นแพลตฟอร์ม
ที่มีอิทธิพลมากเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชียในการหารือด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน นับ
ตั้งแต่ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2560 งานประชุมสุดยอดนี้ได้ต้อนรับผู้นำทางความคิด
ทั้งในและต่างประเทศรวมแล้วกว่า 150 ท่าน ยิ่งไปกว่านั้น ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บริษัท
ที่เข้าร่วมงานต่างเป็นองค์กรที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกันสูงเกิน 80% ของ
ไต้หวัน และมีสัดส่วนการปล่อยคาร์บอนรวมกันเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ ซึ่งตอกย้ำบทบาท
สำคัญของงานประชุมนี้ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาคเศรษฐกิจจริง

สำหรับอนาคตข้างหน้า Cathay FHC พร้อมเดินหน้าขยายผลการประชุมสุดยอดนี้ให้เป็นแพลตฟอร์ม
ระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงทั้งแหล่งเงินทุน นโยบาย และนวัตกรรมล้ำหน้าเข้าด้วยกัน เพื่อ
เร่งผลักดันเอเชียให้เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่มีภูมิคุ้มกันและให้
ผลลัพธ์อันดีต่อธรรมชาติ Cathay FHC มุ่งยกระดับความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาค
วิชาการ รวมถึงพันธมิตรระดับสากลให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศการเงิน
เพื่อความยั่งยืนของเอเชียให้แข็งแกร่ง พร้อมตอกย้ำบทบาทของภูมิภาคนี้ในการเป็นแรงขับ
เคลื่อนหลัก เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศทั่วโลก

---

  |  This article was produced by Cision PR Newswire, our trusted news partner. The views expressed and the content presented here are solely those of the author and may not fully reflect the opinions of Thailand Business News. |

---

 
**Read the original article :** [Cathay FHC จัดประชุมสุดยอดด้านการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศระดับแนวหน้าของเอเชีย ภูมิใจยอดผู้ร่วมงานทุบสถิติ สะท้อนพลังขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน ](http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5000201_TH00201_10?rand=184834)
