# DJI ทดสอบสมรรถนะโดรนบนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ผลักดันความก้าวหน้าการประยุกต์ใช้โดรนในภารกิจสำคัญเพื่อการขนส่งบนพื้นที่สูง การทำแผนที่ และการวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศ

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/pr-news/dji-%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94
- Published: 2026-07-09T22:27:00+07:00
- Author: PR Newswire

เซินเจิ้น, ประเทศจีน, 9 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — DJI ผู้นำระดับโลกด้านโดรนพลเรือน
และเทคโนโลยีกล้องเชิงสร้างสรรค์ ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการดำเนิน
สามภารกิจบนยอดเขาโชโมลังมา (หรือที่รู้จักกันในชื่อยอดเขาเอเวอเรสต์) ซึ่งถือเป็นความ
ก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านการขนส่งบนพื้นที่สูง การทำแผนที่ และการวิจัยชั้นบรรยากาศ ภารกิจ
ดังกล่าวประกอบด้วยการใช้ DJI FlyCart 100 รุ่นใหม่สำหรับการขนส่งและ DJI Matrice 4E
รุ่นใหม่สำหรับการทำแผนที่บนด้านลาดเขาทางตอนใต้ในประเทศเนปาล ขณะเดียวกัน DJI EV50
ซึ่งเป็นโดรนขนส่งแบบอากาศยานขึ้นบิน-ลงจอดแนวดิ่งพลังงานไฟฟ้า (eVTOL) รุ่นแรกของ 
DJI ได้ช่วยสนับสนุนการขนส่งระยะไกลบนพื้นที่สูง เพื่อการวิจัยด้านเคมีบรรยากาศบนด้าน
ลาดเขาทางตอนเหนือในประเทศจีน

ผลงานความสำเร็จเหล่านี้ต่อยอดจากความพยายามของ DJI ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษในการผลัก
ดันขีดจำกัดของนวัตกรรมโดรนบนภูเขาที่สูงที่สุดในโลก ในปี 2552 DJI ได้ทดสอบเฮลิคอปเตอร์
แบบไร้คนขับที่ติดตั้งระบบควบคุมการบิน XP3.1 ซึ่งบริษัทพัฒนาขึ้นเองบนภูเขาแห่งนี้
หนึ่งปีต่อมา ระบบควบคุมการบิน DJI Ace One สามารถปฏิบัติการได้สำเร็จที่ระดับความสูง
กว่า 4,700 เมตร ส่วนในปี 2565 DJI Mavic 3 สามารถบินขึ้นถึงยอดเขาและบันทึกภาพทางอากาศ
ของยอดเขาที่ความสูง 8,848.86 เมตร ได้เป็นครั้งแรก จากนั้นในปี 2567 DJI FlyCart 30
ได้ดำเนินการทดสอบการขนส่งด้วยโดรนบนภูเขาแห่งนี้เป็นครั้งแรกของโลกได้สำเร็จ โดยบิน
จาก Base Camp ไปยัง Camp 1 ที่ตั้งอยู่บนลาดเขาทางตอนใต้

"ทีมงานของเรายังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้ภูเขาที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้มีความปลอดภัยมาก
ขึ้นและสะอาดยิ่งขึ้นทั้งสำหรับชาวเชอร์ปาและนักปีนเขาจากทั่วโลก" Christina Zhang 
โฆษกของ DJI กล่าว "ความสำเร็จของปฏิบัติการล่าสุดของเราถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่
น่าภาคภูมิใจ และเราหวังว่าความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับแวดวงชุมชนวิทยาศาสตร์จะช่วย
ผลักดันเทคโนโลยีโดรนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพื่อช่วยรักษาชีวิตผู้คนและสนับสนุนความพยายาม
ในการอนุรักษ์ทั่วโลก"

**การขนส่งด้วยโดรนในพื้นที่สูง เพื่อขนส่งเสบียงและขยะของเสียรวม ****10,073 ****กิโลกรัม**

[⌊High Altitude Drone Delivery Transports 10,073 kg in Supplies and Waste⌉⌊High 
Altitude Drone Delivery Transports 10,073 kg in Supplies and Waste⌉[
High Altitude
Drone Delivery Transports 10,073 kg in Supplies and Waste

DJI FlyCart 100 เป็นโดรนขนส่งสมรรถนะสูงสำหรับการบรรทุกน้ำหนักมาก ซึ่งสามารถรองรับ
น้ำหนักบรรทุกได้สูงสุด 100 กิโลกรัมที่ระดับน้ำทะเล พร้อมบินได้ในระยะทางไกลยิ่งขึ้น
และมอบประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานที่ดียิ่งขึ้น โดย DJI ได้ร่วมมือกับ Airlift บริษัท
ผู้ให้บริการโดรนในประเทศเนปาล เพื่อทดสอบสมรรถนะของโดรนในสภาพแวดล้อมพื้นที่สูง ครอบคลุม
การประเมินความสามารถในการบรรทุกน้ำหนัก ระยะการรับส่งสัญญาณ ความแม่นยำของระบบกำหนด
ตำแหน่งแบบ RTK ความเสถียรของสัญญาณ และความทนทานของแบตเตอรี่ภายใต้อุณหภูมิระดับต่ำ
กว่าจุดเยือกแข็ง (-15°C ถึง 5°C) โดยภารกิจครั้งนี้สามารถขนส่งสัมภาระซึ่งประกอบด้วย
อุปกรณ์สำหรับคณะสำรวจปีนเขาหลากหลายประเภท อาทิ ถังออกซิเจน เชือก บันได และอุปกรณ์
อื่น ๆ ระหว่าง Base Camp และ Camp 1 ได้สำเร็จ

การทดสอบในปีนี้แสดงให้เห็นความสามารถของ DJI FlyCart 100 ที่สามารถบรรทุกน้ำหนักได้
สูงสุด 47 กิโลกรัม พร้อมปฏิบัติการบินทดสอบที่ระดับความสูงมากกว่า 6,300 เมตรได้สำเร็จ
โดยตลอดการทดสอบ มีการขนส่งเสบียงและขยะของเสียระหว่าง Base Camp และ Camp 1 ได้รวม
ทั้งสิ้น 10,073 กิโลกรัม โดยแบ่งเป็นเสบียงสำหรับการปีนเขา 7,215 กิโลกรัม และขยะที่
ขนย้ายลงจากภูเขา 2,858 กิโลกรัม การบินเที่ยวเดียวใช้เวลาเพียง 8 นาที ขณะที่แต่เดิม
นั้น ชาวเชอร์ปาต้องใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 6–8 ชั่วโมง และต้องข้ามธารน้ำแข็งคุมบู (
Khumbu Icefall) ซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายเพื่อขนส่งสิ่งของในเส้นทางเดียวกันนี้

DJI FlyCart 100 จะยังคงสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวของชุมชนนักปีนเขาในประเทศเนปาลในการ
ลำเลียงถังออกซิเจนประมาณ 5,000 ถังในแต่ละฤดูกาลปีนเขา ระหว่าง Base Camp และ Camp
1 อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในเที่ยวเดินทางขากลับ DJI FlyCart 100 จะช่วยขนย้ายขยะ
จากแคมป์ที่อยู่ในระดับความสูงยิ่งขึ้นได้ประมาณ 10,000 กิโลกรัม ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่
สามารถเก็บทำความสะอาดได้ ทั้งนี้ โดยเฉลี่ย นักปีนเขาแต่ละคนจะทิ้งขยะไว้บนภูเขาประมาณ
8 กิโลกรัม ความพยายามดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศเนปาล
ในภาพรวม รวมถึงโครงการ "Zero Waste Initiative 2027" ของสมาคมภูเขาแห่งเนปาล (Nepal
Mountain Association) ด้วย

**ยกระดับการทำแผนที่ธารน้ำแข็งในพื้นที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการปีนเขา**

[⌊DJI Matrice 4E was tested in a high-altitude mountaineering environment to obtain
high-resolution glacier intelligence⌉⌊DJI Matrice 4E was tested in a high-altitude
mountaineering environment to obtain high-resolution glacier intelligence⌉[
DJI Matrice
4E was tested in a high-altitude mountaineering environment to obtain high-resolution
glacier intelligence

ตลอดฤดูกาลปีนเขาฤดูใบไม้ผลิปี 2569 นี้ ได้มีการทดสอบ DJI Matrice 4E ในสภาพแวดล้อม
การปีนเขาบนพื้นที่สูง เพื่อจัดเก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธารน้ำแข็งแบบความละเอียด
สูง สำหรับนำไปใช้ในการวิเคราะห์และประเมินสภาพพื้นที่ โดยโดรนสำหรับงานภาคธุรกิจขนาด
กะทัดรัดรุ่นนี้ ซึ่งติดตั้งระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะหลายประเภท สามารถปฏิบัติงานได้อย่าง
มีประสิทธิภาพดีเป็นพิเศษแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายของภูเขาบนระดับความสูง 6,450
เมตร และอุณหภูมิต่ำกว่า -20°C ทั้งนี้ โดรนสามารถจัดทำแผนที่พื้นที่แกนกลางของธารน้ำ
แข็งคุมบูได้ตลอดพื้นที่กว่า 3 ตารางกิโลเมตร ด้วยความละเอียดระดับเซนติเมตร ครอบคลุม
พื้นที่ตั้งแต่ Base Camp ธารน้ำแข็ง ไปจนถึงพื้นที่เหนือ Camp I โดยใช้เวลาเพียง 3.5
ชั่วโมง ซึ่งช่วยลดระยะเวลาที่โดยปกติจำเป็นต้องใช้ในการสำรวจลงได้อย่างมาก ผลจากการ
ทดสอบทำให้ DJI Matrice 4E กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการติดตามและเฝ้าระวังอันต
รายแบบเรียลไทม์ การวางแผนเส้นทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น การช่วยให้การเดินทางบนภูเขาเป็น
ไปได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุนภารกิจค้นหาและกู้ภัย

เครื่องวัดระยะด้วยเลเซอร์ (Laser Range Finder) ที่ติดตั้งอยู่บนโดรนถูกนำมาใช้ในการ
วัดระยะทางและลักษณะภูมิประเทศแบบเรียลไทม์ด้วยความแม่นยำสูง ข้อมูลพิกัดที่ได้จากการ
ตรวจวัดดังกล่าวยังช่วยให้ทีมปฏิบัติงานสามารถระบุตำแหน่งของจุดอันตรายได้อย่างถูกต้อง
พร้อมทั้งแบ่งปันข้อมูลตำแหน่งเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ สำหรับภารกิจค้นหาและกู้ภัย 
โดรนตัวนี้สามารถทำหน้าที่เสมือนดวงตาอีกคู่ โดยใช้ระบบอัจฉริยะในการค้นหาตำแหน่งของ
ผู้ประสบภัย รวมทั้งตรวจจับการเคลื่อนไหวบนภูมิประเทศที่ปกคลุมด้วยหิมะ

DJI Matrice 4E จะยังคงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของการปีนเขาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยการมอบข้อมูลที่จำเป็นให้แก่ทีมปีนเขาเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด
รอบคอบ และปลอดภัยยิ่งขึ้น ท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายบนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก"
แม้การทำแผนที่ธารน้ำแข็งและการติดตามตรวจสอบผ่านดาวเทียมจะถูกนำมาใช้ในหลายพื้นที่
ทั่วโลก แต่สิ่งที่เรากำลังดำเนินการในประเทศเนปาลมีความโดดเด่นเป็นพิเศษทั้งในด้าน
ระดับความละเอียดของข้อมูล การนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง และการมุ่ง
เน้นด้านความปลอดภัยแบบเรียลไทม์สำหรับการปีนเขา" Raj Bikram Maharjan ประธานเจ้าหน้าที่
บริหาร (CEO) ของ Airlift Technology กล่าว "จากข้อมูลที่เรามีอยู่ นี่ถือเป็นการนำ
เทคโนโลยีลักษณะนี้มาใช้งานเป็นครั้งแรกในประเทศเนปาล และอาจนับเป็นหนึ่งในการนำเทคโนโลยี
ไปใช้ในการปฏิบัติภารกิจจริงแห่งแรก ๆ ของโลกที่ดำเนินงานในระดับนี้ ภายใต้สภาพแวดล้อม
ของภารกิจสำรวจและปีนเขาในพื้นที่สูง"

**สนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่สูง**

[⌊DJI's first eVTOL delivery drone EV50⌉⌊DJI's first eVTOL delivery drone EV50⌉[
DJI’s first
eVTOL delivery drone EV50

เพื่อสนับสนุนงานวิจัยของแวดวงวิทยาศาสตร์ DJI ได้นำ DJI EV50 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งแบบ
eVTOL รุ่นแรกของบริษัท มาทดสอบเพื่อดำเนินการตรวจวัดมลพิษทางอากาศในบรรยากาศชั้นโทร
โพสเฟียร์ (troposphere) บริเวณพื้นที่ระดับความสูงพิเศษด้วยการเก็บข้อมูลในระดับละเอียด
ตลอดระยะเวลา 12 วัน ได้มีการขนส่งอุปกรณ์ตรวจวัดโอโซนของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์
สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยปักกิ่ง จากค่ายฐานสำหรับการปีนเขาภายในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ
แห่งชาติโชโมลังมา (Qomolangma National Nature Reserve) รวม 12 เที่ยวบิน ทั้งนี้ 
ในการปฏิบัติภารกิจ โดรนใช้รูปแบบการบินไต่ระดับเป็นวงเกลียว (spiral ascent) และรูป
แบบการบินไป-กลับเพื่อรับมือกับกระแสลมที่มีความซับซ้อนและสภาพการบินที่ท้าทายอย่าง
ยิ่ง โดยเที่ยวบินที่ประสบความสำเร็จที่สุดสามารถบินขึ้นไปถึงระดับความสูงสุดที่ 8,861
เมตรจากระดับน้ำทะเล และทำการไต่ระดับอย่างต่อเนื่องได้สูงสุด 3,730 เมตร ภารกิจครั้ง
นี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่นักวิจัยของมหาวิทยาลัยปักกิ่งนำโดรนมาใช้ในการสังเกตและเก็บ
ข้อมูลชั้นโทรโพสเฟียร์ในพื้นที่ระดับความสูงพิเศษ เพื่อสนับสนุนการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์
บรรยากาศที่เกี่ยวข้อง

**ก้าวสู่อนาคตของการปีนเขาที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น**

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี DJI ได้ขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีโดรนอย่างต่อเนื่อง 
ตั้งแต่การบุกเบิกโดรนติดกล้องสมัยใหม่ ไปจนถึงการพัฒนาโซลูชันที่ปัจจุบันถูกนำไปใช้
งานในหลากหลายภาคส่วนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร โครงสร้างพื้นฐาน และงานด้านความ
ปลอดภัยสาธารณะ ในปี 2569 บริษัทได้นำเทคโนโลยีขึ้นสู่ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ไม่ใช่
เพื่อสร้างสถิติใหม่ แต่เพื่อร่วมปกป้องโลกของเรา DJI ยังคงมุ่งมั่นทำงานร่วมกับพันธมิตร
ในท้องถิ่น ชุมชนนักปีนเขา และนักวิทยาศาสตร์ เพื่อผลักดันขีดความสามารถของเทคโนโลยี
โดรนให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น แม้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคท้าทายอย่างยิ่งเช่นนี้ เพื่อ
สนับสนุนการประยุกต์ใช้งานที่ช่วยส่งเสริมการวิจัย ความยั่งยืน และความปลอดภัย

**การวางจำหน่าย**

DJI FlyCart 100 พร้อมวางจำหน่ายผ่าน[ตัวแทนจำหน่าย DJI Delivery ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ](https://www.dji.com/where-to-buy/agriculture-dealers)
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: [https://www.dji.com/flycart-100](https://www.dji.com/flycart-100)

DJI Matrice 4 Series พร้อมวางจำหน่ายผ่าน[ตัวแทนจำหน่าย DJI Enterprise ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ](https://www.dji.com/where-to-buy/enterprise-dealers)
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: [https://enterprise.dji.com/matrice-4-series](https://enterprise.dji.com/matrice-4-series)

**เกี่ยวกับ**** DJI** 

นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2549 DJI เป็นผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมโดรนสำหรับพลเรือน โดย
มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่เสริมศักยภาพให้ผู้คนทั่วไปได้สัมผัสประสบการณ์การบินเป็นครั้ง
แรก ช่วยให้ผู้มีวิสัยทัศน์สามารถเปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นความจริง และสนับสนุนให้
ผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาสามารถพลิกโฉมวิธีการทำงานของตนได้อย่างสิ้นเชิง ปัจจุบัน
DJI มุ่งมั่นสร้างโลกที่ดียิ่งขึ้นโดยส่งเสริมความก้าวหน้าของมนุษยชาติอย่างต่อเนื่อง
ด้วยแนวคิดที่มุ่งแสวงหาและพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหา ควบคู่กับความมุ่งมั่นในการเรียนรู้
และค้นคว้า DJI ได้ต่อยอดการดำเนินงานไปสู่หลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นพลังงานหมุนเวียน
การเกษตร ความปลอดภัยสาธารณะ การสำรวจและการจัดทำแผนที่ ตลอดจนการตรวจสอบโครงสร้างพื้น
ฐาน ในการประยุกต์ใช้งานทุกรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ของ DJI มอบประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าและ
ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลกได้อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าที่เคย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
เว็บไซต์: [www.dji.com](http://www.dji.com/)ร้านค้าออนไลน์:
[store.dji.com](http://store.dji.com/)Facebook: [www.facebook.com/DJI](http://www.facebook.com/DJI)
Instagram: [https://www.instagram.com/djidelivery_official/](https://www.instagram.com/djidelivery_official/)
X: [https://X.com/DJI_Delivery](https://twitter.com/DJI_Delivery)LinkedIn: [www.linkedin.com/company/dji](http://www.linkedin.com/company/dji)
ติดตามช่อง YouTube ของเราได้ที่: [https://www.youtube.com/@DJIDelivery](https://www.youtube.com/@DJIDelivery)

---

  |  This article was produced by Cision PR Newswire, our trusted news partner. The views expressed and the content presented here are solely those of the author and may not fully reflect the opinions of Thailand Business News. |

---

 
**Read the original article :** [DJI ทดสอบสมรรถนะโดรนบนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ผลักดันความก้าวหน้าการประยุกต์ใช้โดรนในภารกิจสำคัญเพื่อการขนส่งบนพื้นที่สูง การทำแผนที่ และการวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศ ](http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5001277_TH01277_10?rand=184834)
