# RSPO RT2026 ถกประเด็นจัดการไฟป่าอินโดนีเซีย ระบบส่งออกจุดเดียว (Single Export Gate) และการดึงเกษตรกรรายย่อยมีส่วนร่วม

- Link: https://www.thailand-business-news.com/th/pr-news/rspo-rt2026-%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2
- Published: 2026-11-04T19:20:00+07:00
- Author: PR Newswire

|   |

 ◦ _ เรียกร้องให้สมาชิก RSPO ร่วมส่งเสียง แสดงข้อมูลเชิงประจักษ์ ข้อเท็จจริง และ
   หลักฐานการดำเนินงานด้านการป้องกันและจัดการไฟป่าอย่างเป็นรูปธรรม ของกระบวนการปาล์ม
   น้ำมันยั่งยืน_
 ◦ _ DSI ชี้แจงบทบาทในการรักษาความต่อเนื่องของการส่งออก พร้อมคงไว้ซึ่งระบบตรวจสอบ
   ย้อนกลับของน้ำมันปาล์มตลอดห่วงโซ่อุปทาน_
 ◦ _ กลุ่มเกษตรกรรายย่อยที่เพิ่งได้รับการรับรองรายใหม่ และบริษัทชั้นนำระดับนานาชาติ
   ร่วมสำรวจโอกาสทางการค้าผ่านการซื้อขายเครดิตเกษตรกรรายย่อยอิสระ (Independent Smallholder
   Credits)_

จาการ์ตา, 4 พฤศจิกายน 2569 /PRNewswire/ — การประชุมโต๊ะกลมประจำปีว่าด้วยน้ำมันปาล์ม
อย่างยั่งยืน (RT2026) ได้รวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทั่วโลก ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม
น้ำมันปาล์มที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยมุ่งให้พันธกิจพื้นฐานของ RSPO ยังคงสร้างความก้าวหน้า
ที่เป็นรูปธรรมทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ท่ามกลางบริบททางภูมิรัฐศาสตร์และสภาวะ
ตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

 [⌊RSPO CEO Joseph D'Cruz at the RT2026 Opening Ceremony⌉](https://mmx.prnasia.com/media/MS2027079/RSPO-CEO-Joseph.jpg?id=OA3057583&p=medium600)

RSPO CEO Joseph D’Cruz at the RT2026 Opening Ceremony

ภายใต้แนวคิด "Strong Foundations – Impact in Action"  RT2026 สนับสนุนการก้าวข้าม
จากการมุ่งเน้นเพียงมาตรฐานและระบบตรวจสอบย้อนกลับ ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของน้ำมันปาล์มยั่งยืน โดยเน้นย้ำเรื่องความรับผิดชอบ ความโปร่งใส
และความรับผิดชอบร่วมกัน (Shared Responsibility) ในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ การยุติ
การตัดไม้ทำลายป่า การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ การ
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเกษตรกรรายย่อย และสิทธิของชุมชน

**ไฟป่าในอินโดนีเซีย: ข้อมูลชี้ชัด พื้นที่สัมปทานที่ได้รับการรับรอง RSPO ได้รับผลก
ระทบจากไฟป่าในอัตราที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอย่างมาก**

การประชุมใหญ่ของ RSPO จัดขึ้นในช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับประเทศอินโดนีเซีย
ท่ามกลางปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ไฟป่าและไฟลุกลามใน
พื้นที่เกษตรกรรมได้เผาผลาญพื้นที่กว่า 1.9 ล้านเฮกตาร์ทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมกราคม
ถึงกันยายน 2026 ตามการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมโดย Nusantara Atlas

ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุม นายโจเซฟ ดีครูซ (Joseph D’Cruz) ประธานเจ้า
หน้าที่บริหาร (CEO) ของ RSPO ได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนต่ออุตสาหกรรม
พร้อมยอมรับและชื่นชมความพยายามของสมาชิก RSPO ที่ปฏิบัติงานในแนวหน้าเพื่อรับมือกับ
ไฟป่าในเกาะสุมาตราและกาลิมันตัน

_"เราไม่ใช่อุตสาหกรรมที่หลบซ่อนจากการตรวจสอบ แต่เราคือพันธมิตรที่ตรวจสอบดูแลตนเอง
อย่างเข้มงวดยิ่งกว่าที่ผู้อื่นเข้ามาตรวจสอบเรา"_

ดร. เดวิด กาโว (Dr. David Gaveau) ผู้ก่อตั้ง TheTreeMap ได้นำเสนอข้อมูลเบื้องต้น
จากการตรวจสอบผ่านดาวเทียมของ Nusantara Atlas ระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน 2026 ระบุ
ว่า "เมื่อเราตรวจสอบเหตุไฟป่าภายในพื้นที่สัมปทานที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO และ
ตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับข้อมูลของ RSPO เราพบว่ามีพื้นที่เพียง 14,500 เฮกตาร์ที่
ถูกไฟไหม้หรือได้รับผลกระทบจากไฟในพื้นที่สัมปทานเหล่านี้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ
0.8% ของพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ทั้งหมด 1.9 ล้านเฮกตาร์ทั่วประเทศอินโดนีเซียในปี 2026"

นายดีครูซ กล่าวเสริมว่า "หากตรวจพบพื้นที่สัมปทานใดมีรูปแบบการเผาที่ผิดปกติ เราจะ
ระบุพิกัดและดำเนินการตรวจสอบทันที นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ชัดว่าไม่มีพื้นที่เพาะปลูก
ของเกษตรกรรายย่อยอิสระที่ได้รับการรับรอง RSPO รายใดมีการเผาเลย จนถึงปัจจุบันยังไม่มี
ข้อมูลหรือหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง RSPO มีเจตนาจุดไฟเผา
ป่า"

นายดีครูซ ได้เรียกร้องอย่างจริงจังให้สมาชิก RSPO ร่วมกันนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และ
หลักฐานที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์:

_"เราทุกคนต้องแสดงความพร้อมที่จะยืนหยัดบนสิ่งที่เราได้ร่วมกันสร้างขึ้น เพราะหากเรา
ยังคงนิ่งเฉย เราจะปล่อยให้ผู้กระทำผิดกำหนดภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมเรา และทำลายการทำงาน
หนักตลอดสองทศวรรษลง ทั้งยังปล่อยให้ระบบซึ่งเป็นแหล่งพึ่งพิงในการดำรงชีวิตของผู้คน
นับล้านถูกด้อยค่าโดยผู้ที่ไม่เคยเข้าใจมันอย่างแท้จริง"_

**เชื่อมโยงเกษตรกรรายย่อยอิสระสู่ผู้ซื้อในตลาดโลก**

วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนในชนบทสะท้อนให้เห็นเด่นชัดที่สุดผ่านกลุ่มเกษตรกร
รายย่อย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มเกือบครึ่งหนึ่งของอินโดนีเซีย  โดยอินโดนีเซียเป็น
ประเทศที่มีเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับการรับรอง RSPO คิดเป็น 77% ของเกษตรกรรายย่อยที่
ได้รับการรับรอง RSPO ทั่วโลก ในการประชุม RT2026 ได้มีการมอบประกาศเกียรติคุณแก่กลุ่ม
เกษตรกรรายย่อยอิสระรายใหม่จำนวน 45 กลุ่มจากโคลอมเบีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เปรู และ
ไทย ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน RSPO ครั้งแรกได้สำเร็จ

นอกจากนี้ กิจกรรมการจับคู่ธุรกิจสำหรับเกษตรกรรายย่อยอิสระของ RSPO (RSPO Independent
Smallholder Business Matching) ยังได้เชื่อมโยงผู้ซื้อเครดิตที่มีศักยภาพได้พบกับเกษตรกร
รายย่อยจากทั่วโลก ทั้งนี้ RSPO ได้ยกย่องสมาชิกที่มีผลงานโดดเด่นในการสนับสนุนเกษตรกร
รายย่อยผ่านการซื้อเครดิต RSPO (RSPO Credits) ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2025 ถึงกันยายน
2026 ได้แก่ Kao Corporation, Nestlé S.A. และ Unilever PLC ตลอดจนผู้ซื้อรายใหม่ชั้น
นำอย่าง Lakeland Dairies Co-operative Society Limited และ Pitak Palm Oil Company
Limited

**ระบบส่งออกจุดเดียว (Single Export Gate) ของอินโดนีเซีย มีความหมายอย่างไรต่อน้ำมัน
ปาล์มยั่งยืน**

ระบบส่งออกจุดเดียว (Single Export Gate) ของอินโดนีเซียถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่สุด
ของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะพลิกโฉมภูมิทัศน์การส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซียในระดับ
โลก ในปี 2026 Danantara Indonesia ซึ่งเป็นหน่วยงานการลงทุนของรัฐ ได้จัดตั้ง PT Danantara
Sumberdaya Indonesia (DSI) ขึ้นเพื่อกำกับดูแลและบริหารจัดการการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์
เชิงยุทธศาสตร์ ภายใต้กรอบการดำเนินงานนี้ นายลุค มาโฮนี (Luke Mahony) ซีอีโอของ DSI
ได้อธิบายในเวทีการเจรจาพิเศษ (Special Dialogue) ถึงแนวทางการประสานพลังระหว่างระบบ
ใหม่นี้กับน้ำมันปาล์มยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก

_"เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเจรจากับ RSPO เนื่องจากความยั่งยืนและการเข้าถึง
ตลาดจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กัน พันธกิจของ DSI มีความชัดเจนอย่างยิ่ง คือเรามาเพื่อ
อำนวยความสะดวก มิใช่สร้างอุปสรรค เราพร้อมสนับสนุนมาตรฐานของอุตสาหกรรม ทำให้การปฏิบัติ
ตามกฎระเบียบเป็นเรื่องง่าย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากลต่อน้ำมันปาล์มของ
อินโดนีเซีย,"_

นายมาโฮนีกล่าวเน้นย้ำ DSI มุ่งหวังที่จะสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้แก่ตลาด
สินค้าโภคภัณฑ์ของอินโดนีเซีย โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในระบบนิเวศ มาประกอบกับสภาพความ
เป็นจริงของตลาด รวมถึงความยั่งยืนในมุมมองของ RSPO อุปทาน ราคา และการผลิต ภายใต้รูป
แบบตัวกลางของ DSI ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนมกราคม 2027 ผู้ซื้อและผู้ขายจะยังคงรักษาความ
สัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างกัน ในขณะที่ DSI จะทำหน้าที่คุ้มครองความต่อเนื่องของการส่ง
ออกและรักษาห่วงโซ่การตรวจสอบย้อนกลับ

**เกี่ยวกับ RSPO:**

องค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm
Oil: RSPO) คือพันธมิตรระดับโลกเพื่อขับเคลื่อนการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน โดยก่อ
ตั้งขึ้นในปี 2004 ในฐานะองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายภาค
ส่วน ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ได้แก่ ผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน
ผู้แปรรูปและผู้ค้าน้ำมันปาล์ม ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ผู้ค้าปลีก ธนาคารและนักลงทุน
ตลอดจนองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ด้านสิ่งแวดล้อมหรือการอนุรักษ์ธรรมชาติ และ NGO ด้าน
สังคมหรือการพัฒนา

ในฐานะความร่วมมือเพื่อความก้าวหน้าและการสร้างผลกระทบเชิงบวก RSPO ทำหน้าที่ขับเคลื่อน
การเปลี่ยนแปลงระดับโลกเพื่อให้การผลิตและการบริโภคน้ำมันปาล์มเป็นไปอย่างยั่งยืน สร้าง
แรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลง เราเผยแพร่ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อสร้าง
ความก้าวหน้า เรากระตุ้นให้เกิดความร่วมมือ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่น เรากำหนดมาตรฐาน
การรับรองคุณภาพ

RSPO ได้รับการจดทะเบียนเป็นสมาคมระหว่างประเทศ ณ นครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดย
มีสำนักงานใหญ่ดำเนินงานอยู่ในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย พร้อมด้วยสำนักงานสาขาใน
ประเทศจีน โคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

---

  |  This article was produced by Cision PR Newswire, our trusted news partner. The views expressed and the content presented here are solely those of the author and may not fully reflect the opinions of Thailand Business News. |

---

 
**Read the original article :** [RSPO RT2026 ถกประเด็นจัดการไฟป่าอินโดนีเซีย ระบบส่งออกจุดเดียว (Single Export Gate) และการดึงเกษตรกรรายย่อยมีส่วนร่วม ](https://www.prnasia.com/asia-story/archive/5088805_TH88805_10?rand=184834)
