หนี้ทางเทคนิคทำให้ธุรกิจทั่วโลกเกือบครึ่งเติบโตชะงักและหยุดพัฒนา

ดีเอ็กซ์ซี เทคโนโลยี เผยข้อมูลเชิงลึกล่าสุดจากผู้บริหารทั่วโลกเกี่ยวกับผลกระทบของหนี้ทางเทคนิค พร้อมเสนอแผน 4 ขั้นตอนในการชำระหนี้ทางเทคนิคในปัจจุบันและลดหนี้ในอนาคต

แอชเบิร์น, เวอร์จิเนีย, 17 ต.ค. 2566 /พีอาร์นิวส์ไวร์/ดาต้าเซ็ต

ดีเอ็กซ์ซี เทคโนโลยี (DXC Technology) (NYSE: DXC) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกในทำเนียบฟอร์จูน 500 (Fortune 500) ทำการศึกษาบรรดาผู้บริหารกิจการพบว่า เกือบครึ่งหนึ่ง (46%) บอกว่า หนี้ทางเทคนิคคือผู้ก่อวินาศกรรมลับ ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเติบโต


Source: DXC Applications Intelligence Engine. Percentages shown are averages.

หนี้ทางเทคนิค (Tech Debt) คือต้นทุนโดยปริยายของการแก้งานอันเกิดจากการเลือกใช้เทคโนโลยีเก่าที่ด้อยกว่าแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบลวก ๆ ได้ แทนการใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ "เหมาะสม" หรือพูดอีกอย่างได้ว่า การใช้เทคโนโลยีเก่าที่ลงทุนไปในอดีตอาจยังใช้ได้ผลอยู่ในปัจจุบัน แต่ไม่สามารถใช้ต่อไปในระยะยาวได้ หนี้ทางเทคนิคมักจะเป็นการใช้เทคโนโลยีเก่าแก้ปัญหาลวก ๆ แบบสั่งสมจนเริ่มด้อยประสิทธิภาพและแก้ไขงานได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าหนี้ทางเทคนิคจะแตกต่างไปจากความล้าสมัยหรือการเสื่อมราคา แต่ก็สร้างความเสียหายให้กิจการรายใหญ่ ๆ เป็นมูลค่าหลายพันล้าน และก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างตั้งแต่สูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถ ผลิตภาพตกต่ำ ไปจนถึงเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จนเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จและราคาหุ้นขององค์กรในที่สุด

ดีเอ็กซ์ซี ลีดดิง เอดจ์ (DXC Leading Edge) ทำการสำรวจผู้บริหารระดับสูงในสายเทคโนโลยีและสารสนเทศจำนวน 750 คน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคลากรมากประสบการณ์ผู้สร้างสรรค์ความเป็นผู้นำทางความคิดในรูปแบบก้าวหน้าที่ให้ความสำคัญกับการพลิกโฉมธุรกิจ ผลสำรวจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยชื่อ "ต้อนรับความทันสมัย: จากหนี้ทางเทคนิคสู่การเติบโต" (Embracing modernization: From technical debt to growth) โดยระบุว่า เราควรเลิกมองว่าหนี้ทางเทคนิคเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข แต่ให้มองเป็นเรื่องที่ต้องจัดการในฐานะส่วนหนึ่งของการปรับองค์กรให้ทันสมัย

รายงานดังกล่าวพบว่า หนี้ทางเทคนิคเป็นวิกฤตการโยนงาน โดยในบรรดาผู้บริหารที่ให้สัมภาษณ์นั้น 99% ยอมรับว่าหนี้ทางเทคนิคทำให้เกิดความเสี่ยงต่อองค์กรของตน แต่ 3 ใน 4 ยังคงเชื่อว่า ผู้บริหารฝ่ายไอทีควรเป็นผู้รับผิดชอบแก้ไขปัญหาดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว

คุณไมเคิล คอร์โคแรน (Michael Corcoran) หัวหน้าระดับโลกส่วนงานวิเคราะห์และวิศวกรรมกล่าวว่า "เราอยู่ในจุดที่นวัตกรรมเทคโนโลยีกำลังเร่งการพัฒนาอย่างรวดเร็ว วิธีการสร้าง ขยาย และส่งเสริมศักยภาพของทีมงานและลูกค้ากำลังเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น แนวทางการบริหารจัดการกระบวนการพัฒนาองค์กรสู่ความทันสมัยจึงต้องเปลี่ยนแปลงตามด้วย บางครั้งปัญหาหนี้ทางเทคนิคระบาดไปทั่วทั้งองค์กรจนทำให้บุคลากรระดับผู้นำมองเห็นปัญหานอกทีมของตนได้ยาก จุดนี้เองที่บุคคลภายนอกที่เป็นกลางจะเข้ามาช่วยให้เห็นปัญหาในภาพรวมเพื่อจะได้มีมุมมองใหม่ หากผู้บริหารกิจการไม่มุ่งมั่นที่จะจัดการปัญหาหนี้ทางเทคนิคตั้งแต่ตอนนี้ ก็จะนำไปสู่การสูญเสียทรัพยากร ผลิตภาพ บุคลากรผู้มีความสามารถ และมีผลกระทบต่อความปลอดภัยขนานใหญ่"

นอกจากนี้ การขาดความรู้ความเข้าใจในกลุ่มผู้บริหารกิจการยังส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการจัดการหนี้ทางเทคนิคอีกด้วย บรรดาผู้บริหารแสดงออกชัดเจนว่า ในความพยายามขององค์กรที่จะพัฒนาสู่ความทันสมัยนั้นมีอุปสรรค โดย 47% ระบุว่า อุปสรรคด้านความรู้มีความสำคัญมากหรือสำคัญอย่างยิ่ง ขณะที่ 38% ยกให้อุปสรรคด้านวัฒนธรรมมีความสำคัญมากหรือสำคัญอย่างยิ่ง

ดีเอ็กซ์ซีพบว่า หากสามารถลดปริมาณหนี้ทางเทคนิคได้ จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ประหยัดต้นทุนลงได้ 39% และเลิกใช้แอปพลิเคชันที่ซ้ำซ้อนได้ 37% ดีเอ็กซ์ซีจึงกำหนดแผน 4 ขั้นตอนในการชำระหนี้ทางเทคนิคในปัจจุบัน และลดปริมาณหนี้ในอนาคตไว้ดังนี้

1. เปลี่ยนมุมมองต่อหนี้ทางเทคนิคขององค์กรให้เป็นการพัฒนาสู่ความทันสมัย

การพูดถึงหนี้ทางเทคนิคขององค์กรให้ชัดเจนย่อมทำให้วิสัยทัศน์การปรับองค์กรให้ทันสมัยชัดเจนตามไปด้วย สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนความคิดให้มุ่งเน้นไปที่อนาคต นี่คือช่วงเวลาอันดีที่ผู้บริหารจะได้สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาในการทบทวนสิ่งที่องค์กรมีอยู่

2. กำหนดโอกาส

ขั้นตอนแรกในการกำหนดโอกาสในการปรับองค์กรให้ทันสมัยคือคนนอกแผนกไอทีต้องร่วมภาระความรับผิดชอบด้วย แม้ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ (CIO) และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) จะเป็นผู้นำการปรับองค์กรให้ทันสมัย แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทีมผู้บริหารทั้งหมดร่วมรับผิดชอบด้วย ความร่วมมือกันระหว่างฝ่ายธุรกิจกับฝ่ายเทคโนโลยีมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดย CTO และ CIO อยู่ในจุดที่สามารถสื่อสารเรื่องหนี้ทางเทคนิคขององค์กรแก่ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่น ๆ ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียในกิจการในวงกว้าง โดยได้รับการสนับสนุนจากประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) จากนั้น บุคลากรในกลุ่มผู้นำดังกล่าวจะต้องอธิบายประเด็นปัญหาให้เห็นชัดเจนและน่าเชื่อถือ เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพ

3. กำจัดอุปสรรค

แต่ละอุตสาหกรรมและแต่ละองค์กรย่อมมีลักษณะเฉพาะของตน ดังนั้นการกำจัดอุปสรรคขององค์กรจึงเป็นเรื่องของการเข้าใจว่าอุปสรรคนั้นคืออะไรโดยพิจารณาจากสิ่งที่คุณมีอยู่และจากแผนที่วอร์ดลีย์ (Wardley Maps) และใช้ลักษณะอุตสาหกรรมของตนเป็นพื้นฐาน แล้วปรับให้เข้ากับความต้องการขององค์กรต่อไป

4. จัดระเบียบเพื่อดำเนินการ

เมื่อมีการปรับเปลี่ยนการสื่อสาร ระบุอุปสรรค และได้รับความร่วมมือไปในทิศทางเดียวกันแล้ว องค์กรจะสามารถหันมาให้ความสำคัญกับเป้าหมายและผลลัพธ์ที่พึงประสงค์จากการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ การปรับองค์กรให้ทันสมัยเป็นกระบวนการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่เป็นงานของฝ่ายไอทีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทั้งองค์กรด้วย ซึ่งหากดำเนินการได้อย่างเหมาะสมแล้วนั้นย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดการปล่อยคาร์บอน ไปจนถึงทำให้ชีวิตการทำงานของพนักงานราบรื่นขึ้น ในแง่ของการดำเนินธุรกิจนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในองค์กร เมื่อมีการระบุหนี้ทางเทคนิคขององค์กรให้เห็นภาพครบถ้วนและชัดเจนแล้วนั้นก็จะสามารถควบคุม ทำความเข้าใจ และบริหารจัดการได้โดยรอบคอบ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของงบดุลของกิจการที่ดี

คุณเดฟ รีด (Dave Reid) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของดีเอ็กซ์ซี ลีดดิง เอดจ์ กล่าวว่า "หนี้ทางเทคนิคเป็นประเด็นที่ยืดเยื้อมานานที่คาบเกี่ยวระหว่างการดำเนินธุรกิจกับเทคโนโลยี และแม้จะเป็นปัญหาที่รู้กันมานาน แต่ก็มักจะขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เมื่อมีการสั่งสมหนี้ทางเทคนิคอย่างต่อเนื่อง องค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกจึงมองว่าเป็นความท้าทายสำคัญประการหนึ่ง และเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการเปลี่ยนแปลงและให้บริการลูกค้าในอนาคต วันนี้เราจึงขอเผยแพร่ผลการวิจัยสำคัญของเราเพื่อช่วยให้ลูกค้าและพันธมิตรสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาดังกล่าวได้โดยตรง และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการพลิกโฉมและการปรับองค์กรให้ทันสมัย ซึ่งเป็นที่คาดหวังกันมานานแต่ยากที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริง"

นอกจากแนวทาง 4 วิธีสู่การสะสางหนี้ทางเทคนิคขององค์กรแล้ว ดีเอ็กซ์ซียังขอเสนอบริการตรวจสอบหนี้ทางเทคนิค (Tech Debt Audit) ที่จะช่วยให้ผู้บริหารกิจการสามารถทำความเข้าใจระดับหนี้ทางเทคนิคในองค์กรของตน รวมถึงอุปสรรคในการระบุหนี้ทางเทคนิคได้ในทันที

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

เพจหนี้ทางเทคนิคของดีเอ็กซ์ซี: "มองหนี้ทางเทคนิคในมุมใหม่" (Reframing Technical Debt) รายงานการวิจัยของดีเอ็กซ์ซี ลีดดิง เอดจ์ เรื่อง ต้อนรับความทันสมัย: จากหนี้ทางเทคนิคสู่การเติบโต

ระเบียบวิธีวิจัย

ในปี 2566 ดีเอ็กซ์ซี ลีดดิง เอดจ์ ทำการสำรวจผู้บริหารในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ 750 คนทั่วโลก โดยมีช่วงความเชื่อมั่น (CI) 95% โดยครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเป็นผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่ง CIO หรือ CTO ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นผู้บริหารระดับรองประธานขึ้นไป โดยเป็นการสำรวจผู้บริหารทั่วโลกจากบริษัทที่มีขนาดต่าง ๆ กัน ตั้งแต่บริษัทที่มีรายได้ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐไปจนถึง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป ครอบคลุมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการธนาคารและตลาดทุน, การประกันภัย, การบินและอวกาศและการป้องกันประเทศ, เทคโนโลยี สื่อและโทรคมนาคม, การเดินทาง, การคมนาคมขนส่งและการบริการ, พลังงาน, สาธารณูปโภค, น้ำมันและก๊าซ, การดูแลสุขภาพ, ยานยนต์, การค้าปลีกและสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค และภาครัฐ

เกี่ยวกับดีเอ็กซ์ซี เทคโนโลยี

ดีเอ็กซ์ซี เทคโนโลยี (DXC Technology) (NYSE: DXC) ช่วยให้บริษัททั่วโลกสามารถบริหารระบบและการดำเนินงานที่มีความสำคัญต่อธุรกิจไปพร้อมกับทำให้ระบบไอทีและสถาปัตยกรรมข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมอบความปลอดภัยและความยืดหยุ่นทั่วทั้งคลาวด์สาธารณะ คลาวด์ส่วนตัว และคลาวด์แบบไฮบริด บริษัทเอกชนและองค์กรภาครัฐรายใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลกต่างวางใจให้ดีเอ็กซ์ซีเข้ามาให้บริการด้านไอที เพื่อยกระดับสมรรถนะการทำงาน ขีดความสามารถทางการแข่งขัน และประสบการณ์ลูกค้า สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานของเราในการส่งมอบความเป็นเลิศให้แก่ลูกค้าและเพื่อนร่วมงานของเราได้ที่ DXC.com

ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า

ข้อความทั้งหมดในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เพียงอย่างเดียวจะถือว่าเป็น "ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า" ข้อความเหล่านี้แสดงถึงความคาดหวังและความเชื่อในปัจจุบัน และไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะบรรลุผลสำเร็จตามที่บรรยายไว้ในข้อความดังกล่าว ข้อความดังกล่าวอยู่ภายใต้สมมติฐาน, ความเสี่ยง, ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่น ๆ มากมาย รวมถึงปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างไปมากจากที่บรรยายไว้ในข้อความดังกล่าว สำหรับคำบรรยายที่เป็นลายลักษณ์อักษรของปัจจัยเหล่านี้ โปรดดูหัวข้อ "ปัจจัยความเสี่ยง" ในรายงานประจำปีของดีเอ็กซ์ซีในแบบฟอร์ม 10-K สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 รวมถึงข้อมูลอัปเดตในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ครั้งต่อ ๆ ไป ไม่มีการรับประกันว่าเป้าหมายหรือแผนการใด ๆ ที่ระบุไว้ในข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าสามารถหรือจะบรรลุผลได้ และผู้อ่านควรใช้ความระมัดระวังอย่าไว้วางใจจนเกินควรต่อข้อความดังกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงสถานการณ์ ณ วันที่จัดทำขึ้นเท่านั้น เราไม่มีภาระผูกพันใด ๆ ในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ หรือรายงานเหตุการณ์หรือสถานการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ในรายงานนี้หรือสะท้อนถึงการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้ทำเช่นนั้น

ฌอน บี. พาสเทอร์แน็ก (Sean B. Pasternak), ฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์, +1-647-975-7326, [email protected]; จอห์น สวีนีย์ (John Sweeney), ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations), +1-980-315-3665, [email protected] 

รูปภาพ – https://mma.prnasia.com/media2/2246985/DXC_Technology_Company_Technical_Debt_Stalls_Growth_and_Transfor.jpg?p=medium600

 

 

 

Source : หนี้ทางเทคนิคทำให้ธุรกิจทั่วโลกเกือบครึ่งเติบโตชะงักและหยุดพัฒนา

The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner. The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of Thailand Business News.

Related Posts

Next Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

What other people are reading

Welcome Back!

Login to your account below

Create New Account!

Fill the forms below to register

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Are you sure want to unlock this post?
Unlock left : 0
Are you sure want to cancel subscription?