Presentation สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนกรกฎาคม 2568
สรุปสถิติส าคัญตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนกรกฎาคม 2568
• คณะกรรมการ FOMC มีมติอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี ้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 4.25%- 4.50% เป็นครั ้งที่ 5 ติดต่อกัน โดยถ้อยแถลงของ ประธาน Fed ยังสะท้อนความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับนโยบายทางภาษีที่อาจจะกระทบทั ้งอัตราเงินเฟ้อและตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ส่งผลให้การด าเนินนโยบายทางการเงิน จะเป็นไปอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ตามเวลาสหรัฐฯ ท าเนียบขาวเผยแพร่ค าสั ่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) เรื่องการแก้ไขอัตราภาษี ศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) โดยมีผลบังคับใช้ในอีก 7 วันถัดไป ตั ้งแต่เวลา 00.01 น. โดยอัตราภาษีใหม่ที่ไทยได้รับนี ้เกิดขึ ้นท่ามกลางแรงกดดันจากทั ้งการเจรจา การค้าและการต้องเปิดเจรจาเพื่อยุติการสู ้รบที่ชายแดนไทย-กัมพูชาก่อนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ 28 กรกฎาคม2568
• ส านักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาด GDP ไทยในปี 2568 จะขยายตัว 2.2% ปรับเพิ่มขึ ้นจากประมาณการเดิมที่ 2.1% โดยเศรษฐกิจยังได้แรงหนุนจากการบริโภค ภาคเอกชน การลงทุนภาครัฐ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะอยู ่ที่ 34.5 ล้านคน ขณะที่การส่งออกสินค้าคาดขยายตัว 5.5% ปรับเพิ่มขึ ้นจากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.3% สะท้อนผลของการเร่งส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกเพื่อบริหารความเสี่ยงจากสงครามการค้า
• ในเดือนกรกฎาคม 2568 การอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) เป็นแรงขับเคลื่อนส าคัญที่ดึงเงินลงทุนกลับเข้าสู ่ Emerging Markets (EM) โดยเฉพาะเอเชียที่เริ่มได้รับ การจัดสรรพอร์ตใหม่จากกองทุนต่างชาติ ในส่วนของตลาดหุ ้นไทย Valuation น่าสนใจ และหากเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่ามักจะช่วยให้ SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ ้น โดยผู ้ ลงทุนต่างชาติกลับมาซื ้อสุทธิ 14 วัน จาก 21 วันท าการในเดือนกรกฎาคม 2568 นอกจากนั ้น การบรรลุข้อตกลงการค้าของอินโดนีเซียและเวียดนามกับสหรัฐฯ ในช่วง กลางเดือนกรกฎาคม 2568 ได้สร้างบรรทัดฐานส าคัญในระดับภูมิภาค โดยทั ้งสองประเทศสามารถเจรจาจนได้รับอัตราภาษีศุลกากรใหม่ที่ระดับ 19% และ 20% ตามล าดับ นักวิเคราะห์จึงประเมินว่ารัฐบาลไทยมีแนวโน้มที่จะบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ได้ภายใต้เงื่อนไขที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมที่มีสัดส่วน รายได้จากต่างประเทศในระดับสูง
• ณวันที่ 31กรกฎาคม 2568 SET Index ปิดที่ 1,242.35 จุด ปรับเพิ่มขึ ้น 14.0% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ ้นมากเมื่อเทียบตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั ้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 SET Index ปรับลดลง 11.3% โดยกลุ ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ ้นปี 2567 ได้แก่ กลุ ่มเทคโนโลยี กลุ ่มการเงิน กลุ ่มทรัพยากรและกลุ ่มสินค้าอุตสาหกรรม • มูลค่าการซื ้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู ่ที่ 42,624 ล้านบาท เพิ่มขึ ้น 12.1% จากเดือนกรกฎาคม 2567 อย่างไรก็ดี ในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการ ซื ้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู ่ที่ 41,971 ล้านบาท ลดลง 5.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยผู ้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื ้อขายสูงสุดที่ระดับ 50.68% ของมูลค่าการซื ้อขายรวมในเดือนกรกฎาคมอีกทั ้งยังซื ้อสุทธิ 16,121 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกลับมาซื ้อสุทธิเดือนแรกนับตั ้งแต่เดือนกันยายน2567
Source : Presentation สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนกรกฎาคม 2568

