ขยะอิเล็กทรอนิกส์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว โดยคาดว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 82 ล้านตันภายในปี 2030 ผู้บริโภคมีความตระหนักมากขึ้นแต่ยังขาดความรู้ที่เหมาะสมในการกำจัดอย่างถูกวิธี
ผู้บริโภคไทยเริ่มตระหนักถึงปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) ซึ่งเรากำลังเผชิญอยู่ และพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยข้อมูลจาก The Global E-waste Monitor เผยว่าหมวดขยะนี้มีแนวโน้มขึ้นไปถึง 82 ล้านตันในปี 2030 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วทำให้อุปกรณ์ไอที เช่น สมาร์ตโฟน กลายเป็น E-waste เร็วกว่าสินค้าอื่นๆ สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมเปลี่ยนสินค้าเร็วเกินไป
แม้ว่าผู้บริโภคจะเริ่มตื่นตัวเกี่ยวกับปัญหา E-waste แต่ยังคงขาดความรู้ในการจัดการ ทำให้มีการทิ้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ไม่รู้จักการแยกประเภทขยะมากนัก ถึงแม้ 88% ของคนสำรวจสนใจปัญหานี้ แต่ยังมี 20% ที่เป็น “นักสะสม” E-waste
ในขณะเดียวกัน การผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ยังมีอุปสรรคด้านงบประมาณ ในอนาคต คาดว่าการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมนี้จะได้แรงกดดันจากความต้องการ ESG ส่งผลให้จำเป็นต้องมีการสร้างจุดรับคืนและสนับสนุนการซื้อสินค้าสีเขียวอย่างจริงจังเพื่อจัดการกับปัญหา E-waste อย่างมีประสิทธิภาพ.

